[BBfic] Sweet Accident # 2
posted on 01 Dec 2009 12:28 by jannaliz in Sweet-Accidentดองมานาน ... ข้ามชาติ
*หลบรองเท้า*
ตอนนี้ ... จะยาวเกินไปมั้ย ? (คิดว่าคนแต่งแคร์ป่ะ ฮี่ๆ)
ก็ ... ทิ้งทวนก่อนบินไปกรี๊ดใส่จียงที่เกาหลี
ขอให้ทุกคนที่เข้ามาอ่าน มีความสุขในการอ่านนะคะ !!
*หอบกระเป๋า โกอินเตอร์ !!!*
.
.
.
Series :: Sweet Accident
Title :: Chapter 2 # First ... Kiss ??
Author :: JanNaLiz
Status :: Fiction
Paring :: T.O.P. X GD
Genre :: AU , Romantic Comedy , Drama ? (ยังไม่ได้เลือกแนว)
Rate :: PG (ขออภัยสำหรับขา NC พวกเดียวกับไรเตอร์นะคะ ตอนนี้คงจะ ... ไม่มีอ่ะนะ)
Note :: ตอนนี้ยาวเกินจากที่คาดไปและ *โค้ง* ขออภัยคนที่ไม่ชอบอ่านยาวๆด้วยนะคร๊า คนแต่งมันเวิ่นเว้อมากเกินไปหน่อยอ่ะค่ะ ... แบบว่า หนูจะไปเกาหลี คาดว่าจะหายยาวอย่างไม่มีกำหนด (ฟิควันเกิดซึงรี ประกาศเลทล่วงหน้าค่า) ขออภัยอีกครั้งจริงจัง *โค้งต่ำติดดิน*
*
*
*
First ... Kiss ??
*
*
*
น่าแปลก ...
ทั้งๆที่ผมไม่ได้รู้สึกอะไรกับเขาเลย
แต่ทำไม ...
หัวใจมันถึงเต้นแปลกๆ
เวลาที่ ‘เรา' ...
*
*
*
ร่างสูงเหยียดยาวอยู่บนเตียงนอน ดวงตาคมที่ดึงดูดให้หลายๆคนเข้าหานั้นปิดสนิท ช่วงอกขยับขึ้นลงเป็นจังหวะของการหายใจเข้าออก แขนข้างหนึ่งมีร่องรอยของเข็มฉีดยาปรากฏอยู่จางๆ ขณะที่มือบางของใครอีกคนกำลังเพียรใช้ผ้าสีขาวสะอาดชุบน้ำอุ่นเช็ดไปตามร่างกายให้อย่างทุลักทุเล
ภาพของเชวซึงฮยอนที่ตัวร้อนราวกับไฟ นอนคว่ำหน้าอยู่ท่ามกลางเครื่องครัวที่แตกกระจายยังคงติดตาเหลือเกิน จียงกัดริมฝีปากเพื่อใช้ความคิด เขาเองก็ไม่ได้อยากให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ซักหน่อย เขาผิดตรงไหนล่ะที่อยากจะมีชีวิตอิสระ เขาผิดเหรอ ? ที่อยากกลับไปอยู่คนเดียวตามเดิม หรือไปตามความฝันที่ตั้งใจไว้ ไม่อยากถูกผูกมัดด้วยกระดาษสีขาวใบนั้น ทะเบียนสมรสที่เขาเซ็นชื่อลงไปเพราะความเข้าใจผิดนั่น !!! แต่แล้วริมฝีปากบางก็คลายออกเมื่อร่างสูงที่ไม่ได้สติกำลังขยับมือช้าๆ รอยยิ้มแห่งความยินดีผุดขึ้นน้อยๆ ...
นี่ถ้าคนๆนี้เป็นอะไรไป เขาคงจะเป็นคนหนึ่งที่จะต้องรู้สึกผิดไปจนตาย อย่างที่โจซองมินกล่าวไว้ ... เมื่อกี้
.
.
‘คุณ !!!!!'
จียงร้องเสียงหลงเมื่อเขย่าร่างที่ไร้สตินั่นแล้วไม่ได้รับการตอบสนอง คนตัวเล็กไม่รู้จะแก้ปัญหานี้อย่างไร ในหัวของเขาขาวโพลนไปหมด ... มันก็จริงนะที่เขาจิกหัวใช้ซึงฮยอนด้วยความหมั่นไส้ในความดีของคนๆนี้ แล้วก็แค่อยากเอาชนะพ่อกับน้องสาว ทว่าลึกๆในใจ ... เขากลับรู้สึกผิดอยู่ไม่น้อย เพราะเขารู้ตัวดีว่าตัวเองเห็นแก่ตัวแล้วก็เล่นกับความรู้สึกของซึงฮยอนมาตลอดสัปดาห์ แต่คนที่หมดสติอยู่นั่นก็พยายามดีกับเขาเสมอ จนเขาเริ่มจะละอายแก่ใจซะแล้วสิ
‘ทำใจดีๆไว้นะคุณซึงฮยอน ผมจะไปตามคนมาช่วยคุณ !!!'
ความที่เป็นคนตัวผอมบางยังกับผู้หญิงเนี่ยล่ะที่เป็นอุปสรรค นอกจากจียงจะไม่สามารถอุ้มคนเจ็บไปส่งโรงพยาบาลได้ด้วยตัวเองแล้ว เขายังไม่สามารถลากซึงฮยอนให้พ้นจากพื้นที่ซึ่งเปื้อนไปด้วยน้ำซุปร้อนๆอีกด้วย ร่างเล็กมองไม่เห็นหนทางที่จะช่วยคนเจ็บ นอกจากวิ่งออกไปนอกห้องแล้วไปเคาะประตูห้องข้างๆ ซึ่งมีป้ายสีทองหรูหราสลักคำว่า ‘TROOP' พร้อมกับชื่อของคนในบ้าน 4 ชื่อ แลดูลักษณะของแต่ละชื่อ ไหนจะชื่อป้ายที่เป็นภาษาอังกฤษนั่น ท่าทางคนทั้งบ้านจะเป็นสมาชิกยากูซ่าแฮะ ... แต่จียงไม่สนใจหรอกว่าใครจะอาศัยอยู่ที่นี่ แล้วมีอาชีพอะไรบ้าง เขาต้องการพบโจซองมินเดี๋ยวนี้ !!! ... มือบางเคาะประตูรัวจนใบหน้าของใครคนหนึ่งโผล่ออกมาด้วยสีหน้าเซ็งเป็ดสุดขีด
‘เกิดอะไรขึ้นอีกล่ะ ? นี่คุณใช้งานสามีคุณหนักอีกแล้วเหรอ ควอนจียง ?'
แม้สีหน้าจะเหนื่อยหน่ายแค่ไหน แต่โจซองมินก็พยักหน้ารับฟังความต้องการของจียงแล้วคว้าเสื้อมาสวมก่อนจะเดินเร็วๆตามมาแต่โดยดี ส่วนคนถูกถามพูดไม่ออก ตีหน้าเฉยลูกเดียว โจซองมินจึงได้โอกาส ‘เทศนา' ต่อ ...
‘คราวนี้คุณน่าจะรู้ตัวได้แล้วนะว่าคุณทำเกินไป ... หรือถ้ายังไม่รู้ ผมก็อยากจะบอกให้คุณรู้ว่าสามีคุณเป็นคนดีแล้วเค้าก็รักคุณมาก เผื่อคุณจะอยากทำดีกับเค้าเป็นการไถ่โทษซักหน่อย' ดวงตาคู่สวยเงยสบกับผู้พูด ...
เมื่อกี้ว่าไงนะ ? เชวซึงฮยอนน่ะเหรอ รักเขา ??
‘ผมรู้ว่าคุณจงใจแกล้งให้ซึงฮยอนทำงานหนัก แต่ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม คุณยิ่งทำแบบนี้ คนที่จะต้องเสียใจแล้วก็รู้สึกผิดที่สุดเวลาที่ไม่มีเค้าอยู่ข้างๆก็คือคุณเองนั่นแหละ'
จียงยังคงเงียบ หากแต่ในดวงตาคู่นั้นมีประกายบางอย่าง ที่โจซองมินก็คาดคะเนไม่ได้ ว่าคนตรงหน้ารู้สึกอย่างไร
.
.
ซึงฮยอนลืมตาขึ้นช้าๆ ดวงตาคมกรอกไปมาก่อนจะสำรวจรอบๆห้อง ทุกอย่างปกติดี ... เรอะ ? คิ้วหนาขมวดมุ่นเมื่อพบว่ามีสิ่งผิดปกติเกิดขึ้นกับเฟอร์นิเจอร์ต่างๆภายในห้อง แจกันใบโปรดที่อยู่ตรงข้างโทรทัศน์ มันหายไปไหนกัน ?
ร่างสูงเหลือบมองตัวเอง เขาพบว่ามีใครบางคนเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เขาอย่างดี แถมความอบอุ่นที่แผ่ซ่านไปทั้งร่างกายนี่มัน ... สายตาของเขาเลื่อนไปที่มือข้างซ้ายของตัวเอง ซึ่งมีมือบางของคนตัวเล็กกุมไว้อยู่หลวมๆ
ควอนจียง ? ... เป็นคนดูแลเขาอย่างนั้นเหรอ ??
"คุณ ... คุณจียง !!"
"หือ ? อ๊ะ !!!" จียงสะบัดมือออกจากมือใหญ่ของอีกฝ่ายทันที
นี่เขาหลับไปนานแค่ไหนกันนะ ? จำได้ว่าเมื่อวานเขาพยายามทำความสะอาดบ้าน แต่กลับทำให้ทุกอย่างมันเลวร้ายยิ่งกว่า เมื่อใช้ไม้ถูพื้นสอดเข้าไปทำความสะอาดใต้โซฟา เขาเกิดสะดุดทำให้ด้ามของมันไปกระแทกกับหน้าต่างจนร้าว พอจะลองดูอีกครั้ง คราวนี้มันก็ไปชนแจกันใบโปรดของคุณสามีที่นอนป่วยอยู่โน่นแตกกระจาย
"คือผม ... เอ่อ ... ผม ..."
คนตัวเล็กไม่รู้จะเริ่มต้นบทสนทนายังไง คนป่วยจึงคว้ามือของเขาไป ก่อนจะดึงเบาๆให้นั่งลงด้วยกันบนเตียง
"ขอบคุณมากนะครับ"
คำพูดสั้นๆที่ทำให้คนฟังรู้สึกดีขึ้นเป็นเท่าทวีคูณ จียงหันหน้าหนีไปอีกทางก่อนจะแกล้งทำเสียงขึงขัง
"ก็ ... ผมก็ไม่ได้ใจร้ายอะไรนี่ เออ ไหนๆคุณก็หายแล้ว รีบๆไปทำความสะอาดบ้านซักที มันสกปรกจะแย่ละ เอ้อ ! แล้วคุณรู้มั้ยกว่าผมจะลากคุณมานอนบนเตียงได้ ผมเสียพลังงานไปเท่าไหร่ คราวหน้าคราวหลัง ... ห้ามป่วยอีกนะ !!!"
ร่างบางพูดรัวเร็ว ขณะที่คนฟังกลั้นหัวเราะแทบตาย ... ซึงฮยอนมองปราดเดียวก็รู้ว่าจียงวางฟอร์มไปอย่างนั้นแหละ ที่พูดทวงบุญคุณกันเนี่ย คนตรงหน้านี่ก็คงจะกลบเกลื่อนเพื่อไม่ให้เขาจับได้ว่าจริงๆแล้วตัวเองรู้สึกผิดสินะ
อ้อ ... แล้วอีกเรื่องหนึ่ง ควอนจียงคงจะทำงานบ้านไม่เป็นเลยซักอย่างนะเนี่ย สภาพห้องที่เขาเห็นถึงได้มีลักษณะยังกับถูกระเบิดลงชุดใหญ่ ทั้งรอยร้าวบนกระจก กับเศษแจกันที่เก็บกวาดไม่เรียบร้อยนั่น ...
ดีล่ะ ขอเอาคืนซักหน่อยเถอะ
"โอย ! ผมหิวจังเลย ... คุณจียง ! คุณทำอะไรให้ผมทานหน่อยได้มั้ย ผมปวดไปทั้งตัว ลุกไปทำเองไม่ไหว"
คราวนี้จียงยืนนิ่งเหมือนถูกสาป ไม่ว่าจะให้ไปขึ้นสวรรค์ ตกนรกที่ไหน เขายินดีไปทั้งนั้น แต่เรื่องทำอาหารนี่มัน ...
"นะครับ ผมไม่ได้กินอะไรมากี่วันแล้วก็ไม่รู้ คุณทำอะไรร้อนๆให้ผมทานก็ได้ ผมไม่เรื่องมากหรอก"
เอ่อ ไม่ใช่ว่าไม่อยากทำหรอกนะ แต่ขืนเข้าครัวตอนนี้ เชวซึงฮยอนก็ต้องจับได้แน่ๆ ว่าเขาทำอะไรไม่เป็นซักอย่าง
"ก็ ... ก็ได้ แต่คุณรอหน่อยละกันนะ ผมเป็นคนทำอะไรพิถีพิถัน อาจจะไม่รวดเร็วเหมือนที่คุณทำเอง"
ร่างสูงพยักหน้าทันที ... หึหึ ถึงทีของผมบ้างนะควอนจียง
‘เพล้ง !!'
เสียงแรกที่ทำให้เชวซึงฮยอนหัวเราะออกมาอย่างสุดกลั้น คือเสียงชามกระเบื้องตกกระทบกับพื้น ต่อด้วย ...
‘โครม !!'
"บ้าชะมัด !!~ ทำไมชีวิตฉันต้องเป็นแบบนี้วะเนี่ย !!!!"
เสียงต่อมา คือเสียงของนายตัวแสบสบถพร้อมๆกับโยนหม้อลงบนอ่างล้างจาน
"โอ๊ย !!!!!"
คราวนี้ร่างสูงที่กึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่บนเตียงถึงกับลุกพรวดออกไปทันที เขาเห็นจียงทรุดกายลงบนพื้น มือบางกุมไว้ด้วยกันราวกับได้รับบาดเจ็บ ซึงฮยอนถึงกับลืมป่วยถลาเข้าไปคว้ามือนั้นมาดู
"เป็นอะไรรึเปล่าคุณ ? น้ำร้อนลวกใช่มั้ยเนี่ย ?"
จียงพยักหน้าแทนคำตอบ เขานิ่วหน้าด้วยความเจ็บเมื่ออีกฝ่ายเผลอกดโดนแผลที่ถูกความร้อนลวก
"อ๊ะ !!"
ซึงฮยอนคลายมือออกอัตโนมัติ เขารีบช้อนคนตัวเล็กขึ้นมาในลักษณะเจ้าหญิง ทำให้คนถูกอุ้มโวยวายไม่หยุด
"ปล่อยผมนะ !!~ คุณจะบ้าหรือไง ผมเป็นผู้ชายนะคุณ !!! ปล่อยยยยยย !!!!"
คนฟังหาสนใจไม่ ยิ่งจียงดิ้นแรงเท่าไหร่ เขายิ่งกระชับอ้อมแขนมากกว่าเดิม กระทั่งถึงเตียงนอนใหญ่ที่ยังไม่ได้เก็บให้เรียบร้อย เขาจึงวางจียงลงบนนั้น ก่อนจะคุกเข่าลงตรงหน้า
"หยุดโวยวายนะคุณ ... ไหนขอผมดูหน่อย ? เห็นแบบนี้นะ ที่มหาลัยผมก็ทำแผลให้นักศึกษาอยู่บ่อยๆ"
"อ้อ ! คุณเป็นเจ้าหน้าที่ห้องพยาบาลในมหาวิทยาลัยหรอกเหรอเนี่ย ? ผมไม่ยักรู้มาก่อน"
ซึงฮยอนอยากหัวเราะจริงๆให้ตาย ... ขณะที่เขาต้องไปนั่งค้นประวัติส่วนตัวของคนเป็นภรรยา คนตรงหน้านี่กลับไม่เคยจะใส่ใจเรื่องอะไรเกี่ยวกับเขาเอาซะเลยแฮะ
"ผมเป็นอาจารย์มหา'ลัย นี่ท่าทางคุณจะไม่รู้อะไรเกี่ยวกับผมเลยสินะ" คนตัวเล็กพยักหน้าทันที ซึงฮยอนถอนหายใจ
"เฮ้อ ! รู้มั้ย ผมรู้ทุกอย่างเกี่ยวกับคุณนะ ผมเคยได้ยินจากพี่ชายของผมมา ว่าคุณรวยมาก เรียนก็เก่ง ความสามารถมากมาย แต่กลับรับจ้างงานทุกอย่างที่น้องสาวคุณหามาให้ รวมทั้ง ... งานแต่งงานของเราด้วย"
น้ำเสียงของคนพูดทำให้จียงต้องหลบตา เขาสัมผัสได้ถึงความเจ็บปวดในน้ำเสียงนั้น ขณะที่ซึงฮยอนทำแผลให้เขาอย่างเบามือ คนตัวเล็กก็รู้สึกแย่มากๆเมื่อนึกถึงคำพูดที่โจซองมินเคยพูดเอาไว้เกี่ยวกับคนตรงหน้า ... เขาจำต้องยอมรับความจริงอย่างช่วยไม่ได้ว่าเชวซึงฮยอนเป็นคนดีที่หายากมากในโลกยุคปัจจุบันแบบนี้ ถ้าหากเขาเกิดมาเป็นผู้หญิง มันคงจะเป็นเรื่องที่โชคดีที่สุดที่เขาจะได้คนแบบนี้เป็นคู่ชีวิต แต่ว่า ... เขาเป็นผู้ชายนี่นา จะให้ยินดีปรีดาที่ได้มีสามีแทนภรรยาหรือไงนะ
"บางทีถึงจะรวย ถึงจะเก่ง แต่ก็ไม่ได้แปลว่าผมจะทำงานรับจ้างทั่วไปไม่ได้ ... แล้วผมก็ไม่รู้มาก่อนว่าต้องแต่งงาน"
น้ำเสียงนั้นเย็นชาจนสัมผัสไม่ได้ว่าผู้พูดรู้สึกอย่างไร แต่คนฟังก็พยักหน้าอย่างเข้าใจ เขาสังเกตมานานแล้วว่าควอนจียงไม่เคยมีความสุขเลยที่อยู่ด้วยกัน ถึงจะจิกหัวใช้เขาเยี่ยงทาส แต่ดวงตาคู่นั้นกลับไม่มีความสนุกสนานเหมือนอย่างการกระทำอยู่เลยซักนิด คนตัวเล็กไม่เคยแสดงทีท่าว่าร่ำรวยมาจากไหน หรือจะแสดงความสามารถที่เปี่ยมล้น จียงก็ไม่เคยทำซักอย่าง
ซึงฮยอนค่อยๆนวดคลึงนิ้วเรียวนั้นด้วยยาลดอาการพุพอง สัมผัสที่อ่อนโยนนั้นทำให้คนตัวบางต้องเบือนหน้าหนี ร่างสูงพันผ้าพันแผลอย่างชำนาญ ก่อนจะเป่าเบาๆบนนิ้วนั้น "เพี้ยง !! ไม่เจ็บแล้วนะครับ"
"หึ ทำแบบนั้นมันจะหายได้รึไง ?"
"ไม่รู้สิ ผมก็ทำแบบนี้กับนักศึกษาของผมทุกคน ก็เห็นทุกคนหายดี" จียงเบ้ปาก
"ก็หายเพราะยานั่นแหละ จริงสิ เรื่องการแต่งงานของ ... เราน่ะ จริงๆแล้ว ยัยแชรินบอกผมว่า อยากให้ผมมาถ่ายโฆษณาเครื่องเพชรคอลเลคชั่นใหม่ที่ป๋าออกแบบให้ ซึ่งมันจะเป็นงานชิ้นสุดท้ายที่ผมจะได้เงินจำนวนมหาศาล มากพอที่ผมจะไปทำตามความฝันได้ ผมก็เลยตกลง แล้วผมก็มารู้ความจริงทีหลังพร้อมๆกับคุณนี่ล่ะ"
จียงทิ้งตัวลงบนเตียงนุ่ม ก่อนจะหลับตาลง ภาพตัวเองในชุดแต่งงานสีขาวปรากฏขึ้นมา ... ทำไมวันนั้นเขาถึงไม่สังเกตนะ ว่ามันสมจริงซะจนน่าตกใจ ถ้าเป็นการถ่ายโฆษณาจริง ทำไมพ่อเจ้าสาวถึงเป็นป๋าของเขา แทนที่จะเป็นนักแสดงคนอื่น แล้วทำไม แขกเหรื่อมันถึงเป็นคนที่เขารู้จักแทบทั้งสิ้น
"เรื่องมันผ่านไปแล้ว คุณพักผ่อนเถอะ ถึงจะตัดพ้อต่อว่าโชคชะตา แต่เราก็ย้อนกลับไปแก้ไขมันไม่ได้อีกแล้วล่ะ"
ซึงฮยอนบอกเรียบๆ ก่อนจะปล่อยให้คนตัวเล็กจมอยู่กับความคิดที่ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ชั่วโมง จียงก็ยังคิดไม่ตกอยู่ดี ... ซึ่งมันคงจะเป็นคืนแรก ที่เชวซึงฮยอนได้นอนร่วมเตียงกับภรรยา ด้วยเหตุที่ว่าจียงใช้ความคิดซะจนลืมไปสนิท ว่าจะต้องใช้อำนาจบีบบังคับให้สามีลงไปนอนที่พื้นเหมือนทุกวัน
*
*
"ผมไปทำงานก่อนนะคุณจียง"
ผู้ดำรงตำแหน่งสามีสุดที่รักป้องปากตะโกนก่อนจะปิดประตูลงโดยไม่รอให้คนตัวเล็กที่ยังนอนหลับตาพริ้มอยู่บนเตียงนอนลืมตามารับรู้ด้วยซ้ำไป ... จียงยังคงนอนหลับสนิท กระทั่งเสียงโทรศัพท์ที่วางอยู่บนโต๊ะตัวเล็กข้างเตียงกรีดเสียงขึ้น ร่างบางจึงพลิกตัวแล้วคว้ามันมากดรับอย่างไม่สบอารมณ์ แค่เสียงเรียกเข้า จียงก็รู้แล้วล่ะว่าใครโทรมาหาเขาแต่เช้าตรู่แบบนี้ ... นอกจากไอ้เตี้ยทงยองเบ เพื่อนรักรูปร่างกะทัดรัดของเขาที่หนีไปเรียนต่อที่อเมริกาตั้งแต่อายุ 18 จะมีใครกล้าลองดีโทรมาปลุกควอนจียงในเวลาแบบนี้นะ
"ว่าไงยัยตัวแสบ"
"พี่คะ !!!! วันนี้อากาศดีม๊ากกก มากกกก เราไปช้อปปิ้งกันเหอะ !!!!"
เสียงแหลมสูงที่ทำให้จียงต้องเอาโทรศัพท์ออกห่างตัวเกือบฟุตเอ่ยขึ้น ... ชวนไปช้อปปิ้งแต่เช้ามืดขนาดนี้เนี่ยนะ ?? นี่ยัยหมวยเล็กมันรู้บ้างมั้ยวะ ว่าแปดโมงเช้าน่ะ มันเป็นเวลาที่มนุษย์ธรรมดาสมควรจะซุกตัวอยู่ในผ้าห่มหนาๆ ที่นอนนุ่มๆอย่างนี้ต่างหากเล่า ((นี่แกเป็นมนุษย์ธรรมดาเหรอเนี่ย ?))
"นี่หัดมีมารยาทบ้างนะยัยหมวยเล็ก ฉันกำลังนอนอยู่ วันหลังห้ามปลุก !! ว่าแต่จะชวนไปช้อปฯน่ะ กี่โมง ?"
แชรินหัวเราะเสียงใส แต่คนฟังกลับรู้สึกว่ามันเป็นเสียงที่บาดแก้วหูยามเช้ามาก
"แหม ขอโทษทีค่ะพี่ ฉันก็แค่อยากเจอหน้าพี่เฉยๆ เอาเป็นว่า สิบเอ็ดโมง เจอกันที่ร้านเดิมนะคะ !!"
เสียงของแชรินยังคงกรีดเยื่อแก้วหูของจียงเป็นริ้วๆ แต่ ... เฮ้อ ! ทนฟังมาตั้งนาน น้องสาวของเขาลดเสียงลงก็ตอนท้ายของบทสนทนาพอดี จียงเงยหน้ามองนาฬิกาอีกรอบ เขาคว้ามันมาตั้งปลุกแล้วหลับตาลงอีกครั้ง
*
"นี่เธอจะพาฉันไปไหนวะ ? ช้อปปิ้งบ้าบออะไร ทำไมต้องพาเดินซะห่างไกลความเจริญแบบนี้ด้วยล่ะ"
จียงบ่นไปตลอดทางที่เดินตามแชริน ตั้งแต่เจอหน้ากัน น้องสาวก็โผเข้ากอดเขาแน่น ก่อนจะสั่งโน่นสั่งนี่มาเต็มโต๊ะ แล้วบังคับให้เขากินเยอะๆ ไหนจะเอาแต่ยิ้ม พอกินเสร็จก็ลากไปเดินเข้าตรอกนั้น ซอยนี้จนเขาเวียนหัวจะแย่อยู่ละ ไหนมันบอกว่าพามาช้อปปิ้งไง ? ที่พาเดินๆอยู่นี่ ใครไม่รู้คงจะนึกว่ากำลังไปทัศนศึกษากันนะเนี่ย
แล้วแชรินก็พาพี่ชายมาหยุดอยู่ที่ร้านกาแฟแห่งหนึ่ง ซึ่งมีลูกค้าบางตา เธอรีบจูงเขาเข้าไปในร้าน ภายในตกแต่งด้วยเครื่องประดับที่เรียบง่าย แต่ดูสบายตาอย่างบอกไม่ถูก หญิงสาวเลือกที่นั่งที่ห่างไกลผู้คนแล้วสั่งเครื่องดื่มให้ตัวเองกับพี่ชาย (โดยไม่ถามความเห็นของคนที่มาด้วยซักคำ) กระทั่งบริกรเดินจากไป แชรินก็หุบยิ้ม ทำสีหน้าเคร่งเครียด
"พี่คะ ฉันมีอะไรอยากถาม !!!!"
น่าแปลก อีแชรินพูดเสียงเบาในร้านที่เงียบสงัดแบบนี้ ปกติไม่ว่าจะอยู่ในที่เงียบราวกับป่าช้าซักแค่ไหน เสียงแหลมปรี๊ดที่อาจทำลายเยื่อแก้วหูของคนฟังได้ก็ไม่เคยลดลงเลยซักนิด ท่าทาง ... นี่จะเป็นเรื่องสำคัญมาก
"อะไรของเธอ ? พาเดินวนไปวนมา แล้วก็พามาที่นี่ ถามจริงๆว่าจะสื่ออะไรกับฉันวะ ยัยหมวยเล็ก"
คนเป็นพี่ยกมือขึ้นขยี้หัวน้องสาวอย่างหมั่นไส้ เอาจริงๆก็เอ็นดูน้องอยู่หรอก เรามันมีกันสองคนพี่น้องนี่หว่า
"เรื่องชีวิตแต่งงานของพี่อ่ะ ! คือฉันสงสัย ว่าที่พี่นอนกินบ้านกินเมืองแบบนี้ เพราะสามีพี่ทำการบ้านหนักไปรึเปล่า ?"
ไอ้ประโยคหลังที่มาพร้อมกับใบหน้าทะเล้น แถมด้วยเสียงหัวเราะนี่ มันชวนให้คนฟังเส้นเลือดขึ้นข้างขมับตุบๆยังไงไม่รู้ว่ะ เวลานี้อยากเตะคนพูดโครตๆ ถ้าไม่ติดว่ามันเป็นผู้หญิง แถมมันยังเป็นน้องสาวสุดที่รักเนี่ยนะ ฮึ่ม !!!
"นี่อยากตายมากใช่มั้ย ? คดีเก่าที่หลอกฉันให้มีสามียังไม่ทันหาย นี่เธอจะยั่วโมโหฉันด้วยเรื่องพรรคนั้นเรอะ ???"
"โธ่ !! ฉันล้อเล่นหรอกพี่ ฉันก็แค่สงสัย ว่าพวกพี่อยู่กินด้วยกันมาเป็นอาทิตย์ มีอะไรเกินเลยกันบ้างป่ะ ?"
ยัยหมวยนี่มันวอนหาเรื่องแท้ๆ ... จียงปวดกบาลกับน้องสาวคนเดียวเหลือเกิน เขาจึงเลือกจะมองไปทางอื่น เพราะถ้ายังสบตาเล็กๆของผู้หญิงคนนี้ เขาอาจจะได้ล้มโต๊ะแล้วก็ได้ก่อคดีศึกสายเลือดก็ได้
"ถ้าเธอยังไม่หยุดพูด ฉันจะกลับล่ะ ..."
พูดค้างๆไว้ สายตาของจียงก็ไปสะดุดเข้ากับใครคนหนึ่งที่เดินผ่านกระจกร้านไปเมื่อครู่ ... ร่างสูงโปร่งของคนคุ้นเคยที่ต่อให้สายตาสั้นแค่ไหน จียงก็จำได้แม่น ว่าใครคนนั้นคือ สามีที่ถูกต้องตามกฎหมายของเขาเอง ร่างนั้นเดินอย่างรวดเร็วไปยังอีกฝั่งหนึ่ง ซึ่งจียงก็เพิ่งจะสังเกตว่าแถวนี้มันเป็นเขตมหาวิทยาลัยสตรีที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งของโซลนี่หว่า
"อ๊ะ ! นั่นคุณซึงฮยอนสามีพี่นี่คะ"
เสียงที่ไม่เบานักทำให้ชายโต๊ะข้างๆหันขวับมามองควอนจียงทันที ... ร่างเล็กอยากจะแทรกแผ่นดินหนีแล้วไปโผล่ที่ตะวันออกกลาง เผื่อผู้ก่อการร้ายจะช่วยส่งเขาไปสวรรค์รับใช้พระเจ้าเร็วขึ้น
"นี่ๆ เราไปสะกดรอยตามสามีพี่กันเหอะ !!~"
แชรินพูดด้วยน้ำเสียงร่าเริงสุดๆ ขณะที่คนเป็นภรรยาของร่างสูงนั่นทำหน้าบอกบุญไม่รับ ... สะกดรอยตามเหรอ? จะทำไปเพื่ออะไรวะ ? ให้เชวซึงฮยอนจับได้เรอะ ? ไม่ไปได้ป่ะล่ะ กลัวเสียฟอร์มว่ะแม่ง !
"นะๆ ไปกันเถอะ ฉันอยากรู้อ่ะ ว่าพี่เขยเค้าทำงานอะไร แล้วมีสาวๆติดพันบ้างมั้ย ? เผื่อพี่ชายสุดที่รักของฉันจะรู้สึกหึงหวงเหมือนภรรยาทั่วๆไปบ้าง"
ว๊อยยยย !!! กูเป็นผู้ชาย !! จะให้หึงหวงเหมือนผัวเมียทั่วๆไปได้ไงเล่า ?? ... แต่จียงก็ทำได้แค่ร่ำร้องอยู่ในใจ เพราะความเป็นจริงแล้ว สองขามันก็เลือกจะเดินตามแชรินไปต้อยๆ โดยไม่คิดจะยื้อไว้เหมือนใจสั่งซักนิด
... ทำไมกันนะ ?
*
*
เชวซึงฮยอนไขกุญแจห้องทำงานด้วยความเคยชิน ดวงตาคมหันไปเห็นถุงคุ้กกี้สีหวานพร้อมกับการ์ดใบโตที่แนบมาด้วยกัน เมื่อมองถัดไปอีกหน่อย เขาก็เห็นดวงตายิบหยีของใครคนหนึ่งที่มาพร้อมรอยยิ้มกว้าง ซึ่งมันไม่ได้ทำให้เขารู้สึกแปลกใจซักเท่าไหร่ ... ทำงานที่นี่มา 4 ปี เขาควรเริ่มชินได้แล้วสินะ
"ว่าไงแดซอง วันนี้อาจารย์ฮโยรีติดสอนเหรอ นายถึงได้มาหาฉันได้"
เสียงทุ้มเอ่ยแซวถึงสตรีหมายเลข 1 ประจำกายของคนตรงหน้า ... คังแดซอง เพื่อนสนิทคนเดียวของเขาในมหาวิทยาลัยแห่งนี้ แดซองมีตำแหน่งเป็นอาจารย์ประจำคณะนิเทศฯ ที่มักจะมาขลุกอยู่คณะบริหารฯ เพราะอาจารย์สาวสวยที่ชื่อ อีฮโยรี ซึ่งเป็นเพื่อนร่วมงานของเขานี่ล่ะ
"โธ่ ! พี่ซึงฮยอนก็ !!! ผมไม่ได้เป็นอะไรกับอาจารย์ฮโยรีซักหน่อยนะฮะ เป็นแค่รุ่นพี่รุ่นน้องที่ทำงานที่เดียวกันเท่านั้นเอ๊ง !!! ที่ผมมาหาพี่เพราะคิดถึงต่างหากล่ะฮะ ถ้าไม่เชื่อ ขอให้ฟ้าผ่าตายเลยน๊า ... ว่าแต่ทำไม ... อากาศมันหนาวๆเนอะพี่เนอะ !! ..."
ใบหน้าแป้นแล้นที่มองกี่ทีก็ทำให้หัวเราะได้ทุกทีชักจะสัมผัสกับบรรยากาศร้อนๆหนาวๆที่เย็นวาบๆมาจากด้านหลัง หญิงสาวรูปร่างเล็กที่มีส่วนโค้งส่วนเว้าภายใต้ชุดสูทกรมท่ากำลังยืนกอดอกด้วยรอยยิ้มที่เห็นแล้วแดซองถึงกับเสียวไปถึงขั้วหัวใจยังไงไม่รู้ ...
"ง่า ... " แดซองเริ่มรับรู้ถึงเสียงหัวใจที่เต้นไม่เป็นจังหวะ
"เอ่อ ... ผมขอตัวก่อนก็แล้วกันนะครับ อาจารย์ฮโยรี ฉันรอนายอยู่ในห้องละกันนะแดซอง ขอให้แคล้วคลาดล่ะ"
ซึงฮยอนถือโอกาสหนีเข้าห้องทำงานไป ... เรื่องส่วนตัวของคนอื่น เขาไม่เคยคิดจะยุ่ง เพราะเรื่องของตัวเอง ทุกวันนี้เขาก็ยังเอาตัวไม่รอดซักที ตาคมเหลือบมองการ์ดในอุ้งมือ ลายมือหวานแหววที่คุ้นเคยกับข้อความน่ารักๆที่เจ้าตัวสรรสร้างมาให้เขาเสมอๆ อ่านกี่ทีก็มีกำลังใจทุกทีสิน่า
‘วันนี้อากาศดี ฉันหวังว่า อาจารย์ซึงฮยอนก็จะเจอแต่เรื่องดีๆนะคะ ... กง มินจี !!'
เขายิ้มน้อยๆกับข้อความของลูกศิษย์คนหนึ่ง ซึ่งแสดงออกชัดเจนมาตั้งแต่เธอเข้ามาเรียนที่นี่ว่ามีความสนใจเขามากกว่าความเป็นศิษย์กับอาจารย์ ... โดยซึงฮยอนมีสถานะเป็นอาจารย์ที่ปรึกษาของเธอ แต่เธอก็ไม่ค่อยจะมีเรื่องเดือดร้อนอะไรมาปรึกษาหรอก เรื่องเรียนก็เรียบร้อยดีไม่มีปัญหา จะมีก็แค่เรื่องขนม ของขวัญ หรืออะไรอีกเล็กๆน้อยๆ ที่แวะเวียนมาวางไว้ที่ชั้นวางของหน้าห้องทำงานของเขาเสมอนี่ล่ะ
มือหนาเอื้อมไปรูดผ้าม่านสีขรึมให้แสงสว่างสาดเข้ามาในห้อง ตอนนั้นเองที่ซึงฮยอนมองเห็นผู้หญิงสองคนในชุดที่แสนจะสะดุดตากำลังเดินเข้ามาในรั้วมหาวิทยาลัย คนหนึ่งคืออีแชริน น้องสาวคนเดียวของภรรยาของเขา ส่วนใครอีกคน ... ซึงฮยอนลอบยิ้มที่มุมปาก เขาเผลอคิดไปอีกแล้วสินะ ว่าคนๆนี้เป็นผู้หญิง !!
*
*
"อ๊ะ !! นั่นไงคะพี่ สามีพี่อยู่นั่นแน่ะ"
จียงอยากทึ้งหัว อยากกรีดร้อง อยากลงไปชักดิ้นชักงอให้รู้แล้วรู้รอดไป !!! ยัยแชรินมันลากเขาเข้ามาในนี้ แล้วก็พาเดินไปรอบๆด้วยความอยากรู้อยากเห็น ว่าสามีของเขาเวลาอยู่ที่ทำงานเป็นยังไงบ้าง ... นี่ยัยตัวแสบมันจะช่วยถามเขาซักคำได้ป่ะ ? ว่าอยากจะเดินไปทั่วอาณาบริเวณนี้ให้ตกเป็นเป้าสายตาของสาวๆเค้าทำม๊ายยย ?? แล้วถ้ามันจะส่องกระจกซักบานก่อนก้าวขาเข้ามาในนี้ มันอาจจะยอมเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนก็ได้นะเนี่ย
ร่างบอบบางทั้งสองอยู่ในชุดสีสันแสบตาซะจนแทบบรรยายออกมาเป็นคำพูดไม่ได้ ว่ามีสีอะไรอยู่บนเสื้อผ้าชุดนี้บ้าง ขอสรุปง่ายๆว่ามีสารพัดสีที่มีอยู่บนโลก แล้วยังสดใสซะจนสาวๆนักศึกษามองตามกันจนเหลียวหลัง จียงอยากเอาหัวมุดดินหนีไปจริงๆนะ ยัยแชรินมันบังคับให้เขาแต่งตัวสไตล์เดียวกะมันอ่ะ เขาไม่ได้อยากแต่งตัวแบบนี้นะ สาบานก็ได้
คือ ... จริงๆเขาก็รู้อยู่หรอกนะ ว่าน้องสาวคนเดียวของเขาคลั่งไคล้แฟชั่นแบบนักร้องหญิงกลุ่มหนึ่งที่มี 4 คนที่แต่งตัวได้อลังการงานสร้างอย่างมาก แล้วถ้าจะให้พูดกันตรงๆ คนที่ออกแบบชุดพวกนั้นก็เป็นเพื่อนกับเขาเองนี่ล่ะไม่อยากจะคุย ไอ้เสื้อผ้าประเภทรัดรูปเน้นสัดส่วน แหวกตรงนั้น เว้าตรงนี้อย่างมีศิลปะ ถ้ามันประดับอยู่บนร่างกายอ้อนแอ้นของผู้หญิงวัยอย่างยัยหมวยเล็กนี่มันก็ดีอยู่หรอก ... แต่ไอ้น้องบ้ามันมาบังคับให้เขาแต่งตัวแบบนี้ด้วยน่ะสิ !!!!
จียงมองตัวเองในกระจก ภาพสะท้อนที่เห็นคือ ผู้ชายตัวบางที่สวมเสื้อกล้ามลายกราฟฟิคสีดำกับเสื้อคลุมสีที่เจ็บที่สุดในสามโลก กางเกงที่สวมอยู่ก็โครตจะแฟชั่นล้ำสมัย มองผ่านๆคิดว่าหลงมาจากดาวแม่ แล้วเมื่อมองไปยังร่างบางที่อยู่ข้างๆ เขาก็ยิ่งอยากเอาหัวโขกกระจกตายให้มันรู้แล้วรู้รอด ... แชรินไม่ได้แต่งตัวแตกต่างจากเขาซักเท่าไหร่ แต่เลเวลความรุนแรงของเธอสูงกว่าเขาเยอะมาก เจ้าหล่อนแต่งตัวเลียนแบบนักร้องในดวงใจได้เหมือนเด๊ะๆ ไอ้เสื้อที่สวมอยู่น่ะ ถ้าเขาไม่ได้รู้จักกับดีไซน์เนอร์ชุดนี้มาก่อน ก็คงจะเข้าใจว่า แชรินจะไปว่ายน้ำแล้วขี้เกียจไปเปลี่ยนแน่ๆ แถมสีสันที่อยู่บนเสื้อผ้านั้นก็แสบสันต์กว่านักร้องคนนั้นจนสาธยายออกมาเป็นคำพูดไม่ได้จริงๆ
"แกจะไปอยากรู้อยากเห็นเรื่องของหมอนั่นทำไมวะ" จียงไม่เข้าใจ ... น้องสาวคนเดียวจริงๆนะ
"โธ่ !! นั่นสามีพี่นะคะ สามีที่ทั้งหล่อ ทั้งรวย เพอร์เฟ็คไร้คู่แข่งขนาดนี้ พี่จะปล่อยให้มีคนมาเจ๊าะแจ๊ะเหรอคะ ??"
"ก็ฉันไม่ได้อยากได้หมอนั่นเป็นสามีตั้งแต่แรก ถ้าแกอยากได้ แกก็ไปยืนเฝ้าเองละกันนะ ฉันไปละ"
พูดจบ จียงก็ทำท่าจะเดินหนี แต่กลับปะทะสายตากับใครคนหนึ่ง ... ดวงตาเฉี่ยวคมของใครคนนั้นทำให้เขารู้สึกแปลกๆ ไม่รู้ว่าคิดไปเองรึเปล่า แต่น้องนักศึกษาที่ยืนกอดอก มองเขาอย่างไม่ค่อยเป็นมิตรเท่าไหร่ มัน ...
"ฉันเห็นเธอสองคนยืนลับๆล่อๆ ถ้าไม่คิดจะเข้าไปหาอาจารย์ซึงฮยอน เธอก็ช่วยหลบไปหน่อยได้มั้ย ?"
กง มินจีเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงห้วนๆ เธอยืนมองผู้หญิงสองคนนี้มานานละ ยัยคนน้องที่อายุไม่น่ามากกว่าเธอเท่าไหร่ท่าทางแก่แดดแล้วก็เปรี้ยวจนเข็ดฟันนั่นน่าหมั่นไส้ชะมัด ไหนจะยัยคนพี่ สายตาของมินจีมองไล่ตั้งแต่ผมสีน้ำตาลอ่อนที่ถูกซอยเป็นทรง มาถึงดวงหน้าหวานซึ้งที่แต่งแต้มเครื่องสำอางจางๆดูเป็นธรรมชาติ และรูปร่างอรชนอ้อนแอ้นราวกับตุ๊กตาแก้วที่เปราะบาง ขนาดมินจีเป็นผู้หญิงเหมือนกันแท้ๆ เธอยังอดที่จะมองอย่างตกตะลึงไม่ได้ เธอเห็นร่างนั้นทำท่าเหมือนไม่ใส่ใจกับสิ่งรอบข้าง แต่สายตาก็ลอบมองอาจารย์คนโปรดของเธออยู่บ่อยๆ ... น่าหมั่นไส้ !!
"เห ?"
จียงทำหน้าไม่เข้าใจ แต่ก็หลีกทางให้แต่โดยดี สาวน้อยนักศึกษาเจ้าถิ่นจึงเดินเร็วๆไปที่เป้าหมายของเธอ (และสองพี่น้องนั่น) แล้วจียงก็ถึงบางอ้อ เพราะมินจีเข้าไปเกาะแขน ‘สามี' ของเขาอย่างสนิทสนม แถมยังหันกลับมามองด้วยสายตาเย้ยหยันซะด้วยนะ
"อ๊าย !! พี่ยอมได้ไงอ่ะ ยัยนั่นมันเกาะแขนสามีพี่อยู่นะคะ !!" แชรินเต้นผางจนจียงรู้สึกระอาเป็นอย่างยิ่ง
"แล้วจะให้ทำไงอ่ะ ? เข้าไปกรี๊ดใส่เหมือนเมียหลวงในละครน้ำเน่าเหรอ ?" เขายักไหล่อย่างไม่ใส่ใจ
"โธ่ !! พี่จียง !!! สามีพี่ไม่ได้หาง่ายๆตามเซเว่นอีเลฟเว่นนะคะ !!!" น้องสาวสุดที่รักยังคงแง๊วๆอยู่ข้างหูต่อไป
"ไร้สาระน่าซีแอล !! ฉันว่าเรากลับกันเถอะ อยู่ไปก็เป็นเป้าสายตาของสาวๆพวกนี้เปล่าๆ ... อ๊ะ !!!"
*
เชวซึงฮยอนยืนมองสองพี่น้องอยู่ตั้งแต่บนห้อง เขารู้สึกประหลาดใจมากที่เห็นจียงมาถึงนี่ แต่เขาก็เลือกที่จะทำไม่รู้ไม่ชี้ แล้วลงมาเดินเล่นข้างล่างเผื่อจะบังเอิญได้รู้เหตุผลของคุณภรรยา ซึ่งวันนี้โชคดีเหลือเกินที่เขาไม่มีสอนตอนบ่าย แถมยังไม่ต้องไปนั่งเล่นเกมส์เป็นกับแดซองที่ตึกนิเทศ (นี่งานของอาจารย์มหาวิทยาลัยเหรอวะเนี่ย ?) เพราะเพื่อนของเขางานเข้าเรียบร้อยไปแล้ว
เดินมาได้ไม่เท่าไหร่ เขาก็เห็นจียงยืนเถียงกับน้องสาวอยู่ที่มุมตึก ซึงฮยอนจึงหาที่นั่งแถวๆนั้นเพื่อจับตาดูต่อไป ... ตอนนั้นแหละที่มินจีเดินเร็วๆมาเกาะแขนเขาอย่างสนิทสนม ซึ่งท่าทางของเธอก็ชวนให้สองพี่น้องนั่นเข้าใจผิดได้ไม่น้อยทีเดียวเชียวแหละ
"อาจารย์คะ ? ฉันมีเรื่องสงสัยอยากจะถามน่ะค่ะ"
"ว่าไงล่ะมินจี อ่า ... ใช่สิ ผมต้องขอบคุณมากนะ สำหรับขนมที่เอามาฝากเสมอ"
"โธ่ ! เรื่องเล็กน้อยค่ะอาจารย์ ... ว่าแต่ อาจารย์รู้จักผู้หญิงสองคนนั้นรึเปล่าคะ"
เธอบุ้ยใบ้ไปทางที่จียงกับแชรินยืนอยู่ ท่าทางสองคนนั่นจะไม่รู้ว่าเขาเห็นพวกเธอแล้ว จียงไม่มองมาทางเขาเลย ขณะที่แชรินมองมาตลอดเวลาด้วยสายตาไม่พอใจมาก
"นั่นภรรยาของผมเอง"
สาวน้อยปล่อยแขนเขาลงทันที ดวงตาที่แต่งแต้มด้วยอายไลเนอร์เนื้อดีเบิกกว้างขึ้นราวกับไม่อยากเชื่อสายตา ... ผู้หญิงที่ท่าทางหลุดโลกแบบนี้เนี่ยนะ เป็นภรรยาของอาจารย์ซึงฮยอนผู้แสนสุขุม !!! คือ มินจีก็เคยได้ยินข่าวมาบ้างนะว่าอาจารย์ซึงฮยอนแต่งงานแล้ว แต่ไม่คิดว่าภรรยาของอาจารย์จะเปรี้ยวเข็ดฟันซะจนเธอรับไม่ได้แบบนี้อ่ะ
"คนไหนคะ !!! ยัยคนน้องที่ทำหน้าอาฆาตมาทางนี้ หรือยัยคนพี่ที่ยืนเชิดอยู่ข้างๆ"
ฟังแบบนี้แล้ว ซึงฮยอนอยากหัวเราะดังๆให้จียงได้ยินจริงๆนะ ... ขนาดลูกศิษย์ของเขายังมองจียงเป็นผู้หญิงได้ ต้องนับว่า คนๆนี้ประสบความสำเร็จในการพรางตัวเลยล่ะ (แน่ล่ะสิ ตอนแต่งงานกัน ไม่มีใครรู้นอกจากคนวงในว่าจียงเป็นผู้ชายนี่หว่า !)
แต่อาจารย์รูปหล่อก็ไม่ได้ตอบคำถามของลูกศิษย์คนสนิท ซึงฮยอนลุกขึ้นเดินตรงไปที่สองพี่น้องยืนอยู่ แล้วจียงก็ต้องเบิกตากว้างเมื่อมือหนาที่คุ้นเคยเอื้อมมาคว้ามือของเขาไว้ ในจังหวะที่เขากำลังจะหันหลังเดินกลับไปพอดี
"มาหาผมถึงที่นี่ คุณมีธุระอะไรกับผมรึเปล่า คุณจียง ?"
อ่า ... ถามด้วยน้ำเสียงทุ้มๆแบบนี้ เบื้องหลังก็เป็นนักศึกษาหน้าตาน่ารักวัยกำลังสดใสขนาดนี้ ไหนจะน้องสาวตัวแสบที่มันยืนเชียร์ด้วยสายตาวิ๊งๆปานนี้ ... แล้วนายอยากจะให้ตอบว่าอะไรล่ะ ?
ดวงตาคู่สวยมองไปทางมินจีแทนคำตอบ บอกตรงๆเลยนะ เขาไม่ได้อยากรู้หรอกว่าเธอเป็นใคร แต่มันอาจจะเบี่ยงความสนใจของคนๆนี้ได้ไม่มากก็น้อย ซึ่งมันก็ ...
"จริงสิ ... มินจี นี่ควอนจียง ภรรยาของผมเอง ส่วนนั่นอีแชริน น้องสาวภรรยาของผม"
มินจีโค้งน้อยๆอย่างไม่ใส่ใจนัก แววตาไม่ถูกโฉลกถูกส่งไปถึงสองพี่น้องอย่างชัดเจน
"คุณจียง แชริน ... นี่มินจี ลูกศิษย์ที่น่ารักของผมเอง พอดีเธอมีเรื่องปรึกษาผมนิดหน่อย ก็เลยเดินตามมาด้วย"
"แหม๊ ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ"
แชรินกรีดเสียงแหลม สายตาเย้ยหยันถูกส่งกลับไปเต็มที่ แม้ว่ามินจีจะมีสีหน้าพอใจขึ้นมากับคำว่า ‘ลูกศิษย์ที่น่ารัก' แต่เธอก็ชักสีหน้าใส่น้องสาวของภรรยาอาจารย์โดยอัตโนมัติ
"ว่าแต่ ... คุณจียงมาหาผม มีอะไรรึเปล่าครับ"
น้องภรรยาเห็นท่าทางที่นิ่งเฉยของพี่ชายแล้วหงุดหงิดขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก พี่จียงทำเหมือนไม่ใส่ใจคนเป็นสามีซักนิด จนเธอรู้สึกขัดใจจริงๆ ... เชวซึงฮยอนเกิดมาเพื่อพี่ชายของเธอเท่านั้นนะ !! และกว่าเธอจะหาคนๆนี้พบมันก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเอาซะเลย หึ ! แชรินไม่มีวันยอมให้พี่ชายของเธอปล่อยเขาหลุดมือไปหรอก !!!
"โธ่ !! พี่เขยคะ พี่จียงคงจะเขินน่ะค่ะ ก็แบบนี้ล่ะน๊า คนเพิ่งแต่งงานกันได้ไม่นาน พี่เค้าคงไม่อยากอยู่ห่างกับพี่เขยนานๆหรอกใช่ม๊า ... เมื่อตอนเช้านะคะ พี่โทรมาชวนฉันให้ออกมาเป็นเพื่อน ตอนแรกก็งงๆเหมือนกันว่าจะชวนไปไหน ที่แท้ก็มาเซอร์ไพรส์สามีที่ทำงานนี่เอง พวกพี่คงจะรักกันหวานชื่นมากๆใช่มั้ยคะเนี่ย"
ดวงตาเล็กๆของแชรินหันไปเย้ยใส่มินจีเต็มที่ ขณะที่จียงได้แต่อ้าปากค้างด้วยความรู้สึกต่างๆนานาที่ถาโถมเข้าใส่ เขาจำไม่เห็นได้เลยว่า ไปชวนไอ้น้องรัก *กัดฟัน* ออกมาเซอร์ไพรส์สามีตอนไหน ? แล้วใครรักใคร อยากอยู่ใกล้ๆกับใคร รบกวนไอ้หมวยเล็กมันช่วยอธิบายให้กระจ่างทีได้มั้ย (ว๊อย !!!) ...
ซึงฮยอนเหลือบมองคนตัวบางที่เขากุมมือไว้หลวมๆ สีหน้าที่อาฆาตจนแทบจะกินเลือดกินเนื้อน้องสาวได้แบบสุดๆของจียงทำให้เขาเกือบหลุดหัวเราะออกมา ... โอเค แค่นี้ก็เข้าใจแล้วว่า ควอนจียงถูกน้องสาว ‘หลอก' มาอีกแล้วสินะ ก็ดีเหมือนกัน เขากำลังอยากได้ความช่วยเหลือจากคนเป็น ‘ภรรยา' อยู่พอดีเลยล่ะ
มือหนากระชับมือเล็กที่เขากุมไว้ให้แน่นยิ่งขึ้น มินจีมองอาจารย์ของเธอกับภรรยาสลับกันด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก จากนั้นก็ต้องเบิกตากว้างขึ้นเมื่อ ซึงฮยอนโอบร่างบางเข้ามาในอ้อมแขน ก่อนจะวางศีรษะลงบนเรือนผมนุ่มแล้วยิ้มน้อยๆแบบที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน ...
"งั้น ... ถ้าอยากอยู่ด้วยกันนานๆ คุณก็รอผมเลิกงานหน่อยแล้วกัน ผมอยากพาคุณไปกินข้าว ดูหนัง ฟังเพลง ไหนๆเราก็ยังไม่ได้ไปฮันนีมูนด้วยกันเลยนะครับ ... เอ หรือว่าคุณจียงอยากไปเที่ยวไกลๆ ต้นเดือนหน้าผมว่างพอดี เราไปเที่ยวเมืองนอกด้วยกันดีมั้ย ?"
จียงเลิกคิ้วด้วยความประหลาดใจกับการกระทำที่เขาก็ไม่เคยคิดมาก่อนเหมือนกันว่าคนๆนี้จะทำได้ ซึ่งคนตัวเล็กไม่ได้ขัดขืนอ้อมแขนนั้น แต่กลับผละออกมาช้าๆ แล้วหันไปมองสบตาเจ้าของแขนแกร่งนั่น ... เขาเห็นซึงฮยอนขยิบตาให้ สายตาคู่นั้นจะสื่ออะไรวะ ? แต่แล้วเมื่อจียงมองไปทางมินจีก็ต้องร้องอ๋อในใจ เมื่อหันไปปะทะสายตาแปลกๆของเด็กสาว ริมฝีปากอิ่มตึงที่ถูกแต่งแต้มด้วยสีสันเม้มเข้าด้วยกันอย่างขัดใจ
"ฉันขอตัวก่อนนะคะอาจารย์ สวัสดีค่ะภรรยาอาจารย์ แล้วก็น้องเมียอาจารย์ !!"
หางเสียงค่อนข้างกระชาก แต่มินจีก็โค้งให้คนทั้งหมดแล้วเดินตัวตรงออกไปจากบริเวณนั้นทันที จียงคาดเดาไม่ได้ว่าเธอรู้สึกอย่างไร เพราะน้ำเสียงกับสายตาไม่ได้บอกถึงความริษยา แต่เขาก็ไม่รู้เหมือนกันว่ามันหมายความว่ายังไง ขณะที่แชรินสะใจมากที่สาวน้อยวัยเดียวกับเธอหัวเสียได้ และเชวซึงฮยอนที่ลอบถอนหายใจอย่างโล่งอก
"ไปด้วยกันมั้ยแชริน คุณจะได้ไปอยู่เป็นเพื่อนคุณจียงที่ห้องทำงานของผม"
"โอ๊ย !! ไม่เอาหรอกค่ะคุณพี่เขย ฉันแค่พาพี่ฉันมาหาคุณพี่เขยเท่านั้นล่ะค่ะ อันที่จริง ก็วางแผนไว้แต่แรกนิดหน่อย ฉันอยากให้พวกพี่สนิทกัน รักกันมากๆ รู้มั้ยคะ ป๋าเป็นห่วงชีวิตคู่ของพวกพี่มากนะ แต่ถ้าป๋าจะมาก้าวก่ายเองมันก็คงจะไม่เหมาะใช่ม๊า ? ฉะนั้น ... ฉันทำหน้าที่ของฉันเสร็จแล้ว ขอตัวกลับก่อนล่ะค่ะ เอ้อ ! ขอโทษนะพี่ แต่ฉันทำตามคำสั่งของป๋า (แล้วก็ความพอใจส่วนตัวของฉัน) จริงๆ !!"
แชรินไม่รอให้พี่ชายกับพี่เขยโต้ตอบมา เธอรีบก้าวยาวๆให้ออกไปจากแถวนี้ให้ไวที่สุด เรื่องบางอย่างควอนจียงก็ไม่ควรรู้ในเวลานี้หรอก แค่ควอนจียงไม่เลิกกับเชวซึงฮยอน แค่สองคนนั่นอยู่ด้วยกันแบบนี้ไปตลอด แค่นั้น ... ก็พอ
*
*
เชวซึงฮยอน ...
ผู้ชายสุภาพที่เวลานี้ควอนจียงขอนิยามไว้ตัวโตๆ ว่าโครตสุภาพเลยจริงๆว่ะ !! นอกจากจะเป็นอาจารย์ที่นักศึกษาสาวๆทุกชั้นปีให้ความสนใจในเรื่องหน้าตา อุปนิสัย แล้วก็เรื่องจิปาถะอื่นๆ เขายังเป็นที่รักของเพื่อนอาจารย์ทุกคนในมหาวิทยาลัยอีกต่างหากนะเนี่ย ... ก็ตลอดทางที่เดินไปห้องทำงาน มีแต่เสียงทักทายอย่างสนิทสนมไม่ขาดสาย แถมยังมีสายตาวิ๊งๆของสาวๆเต็มไปหมดอีกต่างหาก จียงเลยต้องพลอยยิ้มรับในยามที่มีคนถามถึงความสัมพันธ์ระหว่างเขากับคนตัวสูงที่อยู่ข้างๆนี่ไปด้วย ซึ่งทุกครั้งที่มีคนมองเขาด้วยความประหลาดใจ ซึงฮยอนจะตอบพร้อมรอยยิ้มกระชากวิญญาณคนพูด
‘ภรรยาผมเองครับ'
เท่านั้นละ ... จียงก็สัมผัสได้สายตามากมายที่จับจ้องมาที่เขา ทั้งสายตาชื่นชมยินดี ตลอดจนสายตาทิ่มแทงที่ ... มีมากกว่าสายตาเป็นมิตรประมาณ 10 เท่าได้ !!
ซึงฮยอนพาจียงเข้าไปในห้องทำงานที่มีขนาดไม่ใหญ่มาก แต่เพียงพอสำหรับคนสองคนที่จะสบตากันโดยไม่มีการพูดจา (จะสบตากันที ต้องมีเนื้อที่กี่ล้านไร่หรอวะ ?) ซึ่งก่อนที่จะมีอะไรเกินเลยไปมากกว่าการมองตา (อันที่จริงจียงก็แอบหวั่นไหวในใจโดยไม่มีสาเหตุอยู่เหมือนกัน) ร่างสูงก็ตัดสินใจที่จะคว้าเอกสารการสอนของนักศึกษาขึ้นมาอ่านทบทวน แล้วยกกองการบ้านของเหล่าลูกศิษย์ขึ้นมาตรวจ โดยไม่ลืมที่จะหยิบหนังสือแฟชั่นที่อยู่ในลิ้นชักโต๊ะทำงานมาส่งให้จียงอีกด้วย
"ผมเคยคิดไว้เล่นๆ ตอนเราแต่งงานกัน ว่ามีโอกาสเมื่อไหร่ ผมอยากพาคุณมาแนะนำให้เพื่อนร่วมงานกับลูกศิษย์ของผมรู้จัก แล้วถ้าคุณจะมาอยู่กับผมในเวลาทำงานแบบนี้ คุณคงจะเบื่อแย่ ผมก็เลยแอบซื้อหนังสือพวกนี้ไว้ให้คุณ ... ไม่คิดว่า ความคิดเล่นๆของผม มันจะเป็นความจริงขึ้นมานะคุณจียง"
ในน้ำเสียงนั้นไม่มีอะไรที่บ่งบอกเลยว่าซึงฮยอนคิดอะไรอยู่ ... แต่คำพูดเรียบๆที่แฝงไปด้วยความอบอุ่นนั้น มันก็ทำให้จียงหน้าขึ้นสีระเรื่ออย่างประหลาด คนตัวเล็กสัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะเทือนแปลกๆที่อยู่ภายในช่องอก ... ด้านซ้าย
"นี่คุณคง ... ไม่คิด ... จะให้ผมเป็น ... เมียคุณจริงๆใช่มั้ย" จียงถามเบาๆ คล้ายรำพึงกับตัวเอง
มีอย่างที่ไหนกัน เชวซึงฮยอนอยากแนะนำให้เขารู้จักกับทุกคนที่ทำงาน มันแปลว่าอยากพัฒนาความสัมพันธ์ไม่ใช่หรือไง ? ไอ้การกระทำสุภาพบุรุษที่ปฏิบัติเหมือนเขาเป็นภรรยาจริงๆน่ะ มันหมายความว่ายังไงกันแน่ ?? แล้วนี่เขาควรทำยังไงดี ... หลับหูหลับตายอมเป็น ‘ของ' คนๆนี้หรือ ?
เฮ้ย ! บ้าน่า จียง !! นายเป็นผู้ชายทั้งแท่งนะ จะให้หวั่นไหวไปกับคำพูดอบอุ่นแบบนี้เรอะ ?? ไม่ได้ๆ หยุดคิดฟุ้งซ่านเดี๋ยวนี้นะควอนจียง ... นายไม่ได้เป็นเกย์นะว๊อยยยยย !!!
ใบหน้าหวานขมวดคิ้วมุ่นจนทำให้คนตัวสูงที่เอนหลังพิงพนักเก้าอี้แปลกใจ ... ซึงฮยอนเห็นคุณภรรยาตัวเล็กนั่งหน้าบึ้งสลับกับทำสีหน้าสับสนในชีวิต ไหนจะเผลอยิ้มน้อยๆขณะมองหนังสือแฟชั่นที่เขาแอบซื้อให้อีก
เอ ... จียงเป็นอะไรไปนะ ?
"คุณโอเครึเปล่า ?" เขาถามยิ้มๆ เมื่อจียงทอดสายตาออกไปทางหน้าต่าง
".................." ไม่มีสัญญาณตอบรับจากบุคคลที่คุณเรียก
"เป็นอะไรไปครับ ?"
"อ๊ะ !!"
จียงสะดุ้งเฮือกเมื่อรู้สึกตัวแล้วเห็นดวงตาคมอยู่ใกล้ชิดซะจนเขาต้องเป็นฝ่ายผละออกมาโดยอัตโนมัติ ... ส่วนคนตัวโตเห็นอีกฝ่ายนิ่งไปจึงยื่นหน้าเข้าไปใกล้ๆ ซึ่งมันใกล้ซะจนได้ยินเสียงลมหายใจ กับเสียงหัวใจของจียงเต้นผิดจังหวะ ... มันเต้นเร็วมากจนน่ากลัวว่าจะระเบิดออกมา ซึงฮยอนจึงยื่นหน้าเข้าไปจนชิด หน้าผากทั้งสองสัมผัสกัน ดวงตาคมจับจ้องที่ดวงตาอีกคู่เพื่อค้นหาความลับบางอย่างที่จียงพยายามซุกซ่อนไว้
"ทำอะไรของคุณน่ะ !!!!"
จียงตวาดเสียงดัง เขารีบผละออกจากใบหน้าคมที่เกือบจะปลิดชีพกันได้อยู่แล้วเชียว ... ฮึ้ย !!! ไม่เคยคิดมาก่อน ว่าผู้ชายด้วยกันจะทำให้หัวใจเต้นแรงจนน่ากลัวขนาดนี้ อันตรายชะมัด !
"อ้าว ผมเห็นคุณเหม่อ ก็เลยจะเรียกเฉยๆ ... แล้วที่เอาหน้าผากไปชน ผมก็แค่จะวัดไข้ แต่ดูคุณก็สบายดีนี่"
คนตัวสูงพูดยิ้มๆ เริ่มสัมผัสความรู้สึกแปลกๆที่ก่อตัวขึ้นในใจได้เล็กน้อย ... อันที่จริง ควอนจียงก็ไม่ได้เลวร้ายอย่างที่รู้จักกันแรกๆนี่นา ออกจะอ่อนไหว แล้วก็อ่อนโยนซะด้วยซ้ำ ... แบบนี้เราคงจะเป็นเพื่อนกันได้ในไม่ช้าแล้วล่ะ
"ผมสบายดี ขอบคุณที่เป็นห่วง ... คุณทำงานไปเถอะ ผมจะอ่านหนังสือแล้วล่ะ" พูดจบก็ก้มหน้าทันที
"เออจริงสิ ... ตอนผมเลิกงาน ผมอยากให้คุณช่วยอะไรหน่อย"
ซึงฮยอนเกริ่นลอยๆ แต่ก็ทำให้คนฟังละสายตาจากหนังสือแล้วหันมาสนใจคำพูดของเขาได้ไม่ยาก ...
"คือ ..."
*
*
นี่โชคชะตากำลังเล่นตลกอะไรกับชีวิตคู่ของเขารึเปล่า ???
.
.
‘คุณช่วยทำตัวเป็นภรรยาของผมจริงๆหน่อยเถอะนะ ... ยอมให้ผมจูงมือ โอบไหล่ แล้วก็กุ๊กกิ๊กด้วยนิดหน่อยก็พอ ... ลูกศิษย์ของผมจะได้เลิกหวังลมๆแล้งๆซักที ... นะครับคุณจียง ผมขอร้อง'
เพราะคำพูดแบบนี้แหละ ...
เราสองคนถึง ...
เมื่อออกจากห้องทำงาน จียงก็จำต้องยอมให้คุณสามีสุดที่รักจูงมือเดินไปตามทางด้วยกัน เพราะคำขอร้องแปลกๆ ที่เจ้าของมือใหญ่นั่นบอก ... ซึงฮยอนอยากให้เขาช่วยสร้างภาพว่าเราสองคนเป็นคู่สามีภรรยาที่สวีทหวานแหววกันเหมือนคู่ข้าวใหม่ปลามันทั่วๆไป
เหตุผลง่ายๆ เพราะ ‘สามี' ของจียงเป็นผู้ชายที่ได้รับความนิยมอย่างล้นหลามมากในมหาวิทยาลัย ไม่ว่าจะก้าวย่างไปทางไหน สาวๆนักศึกษาก็ส่งสายตาชื่นชมแกมปรารถนาอยากครอบครองมาให้เป็นระยะๆ สิ่งเหล่านี้รบกวนสุขภาพจิตในการทำงานของซึงฮยอนมากทีเดียว ... ซึ่งดีแค่ไหนที่ ข่าวแต่งงานของเขาแพร่กระจายออกไปทันทีที่คังแดซองรู้เรื่อง
พอวันต่อมาเมื่อมาถึงที่ทำงาน ซึงฮยอนก็ได้เห็น ตู้ใส่ของที่ตั้งอยู่หน้าห้องเต็มไปด้วยการ์ด ของขวัญแสดงความยินดีมากมาย แต่กระนั้นก็ยังมีตุ๊กตาวูดูสาปแช่งผู้ที่จะมาเป็นเจ้าสาวของเขาอยู่ไม่น้อย และนั่นยังไม่เท่ากับสายตาที่สาวๆมองเขาเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ไม่มีจิตพิศวาสที่ทำให้ขนลุกเหมือนทุกที ไม่มีการถูกเนื้อต้องตัวอย่างทุกวัน ไม่มีอะไรที่ทำให้เขารู้สึกกดดันเหมือนวันก่อนๆ จะมีก็แต่ สายตาที่เหมือนจะยังทำใจไม่ได้ของเหล่านักศึกษา กับ ข่าวลือมากมายที่เกี่ยวข้องกับภรรยาของเขาที่ไม่รู้ไปขุดมาจากไหนกัน ... วันนี้คงจะเป็นฤกษ์ดีที่เขาจะประกาศตัวภรรยาของเขาอย่างเป็นทางการแล้วสินะ ไหนๆ ‘ภรรยา' แสนสวยของเขาก็มาอยู่ตรงหน้าแล้วนี่ !
"ผมดีใจนะ ที่คุณยอมช่วยผม ขอบคุณจริงๆครับ ... ถ้าหลังจากนี้คุณต้องการความช่วยเหลือ ผมจะเป็นคนแรกที่มาหาคุณ ผมสัญญา !!"
หึ ... ถ้าความช่วยเหลือนั้นคือ การเซ็นต์ใบหย่าให้น่ะ ซึงฮยอนจะช่วยเขาไหม ?
"แล้วสักวัน ผมจะทวงสัญญานะคุณซึงฮยอน"
จียงพูดเบาๆกับตัวเอง ดวงตาคู่สวยเผลอมองใบหน้าคมที่กำลังยิ้มออกมาอย่างมีความสุข ... คนตัวเล็กคงจะไม่รู้ตัวว่า วินาทีที่ซึงฮยอนยิ้มออกมานั้น รอยยิ้มก็ปรากฏขึ้นที่ริมฝีปากบางของเขาเองเช่นกัน
.
.
ตั้งแต่ก้าวขาออกจากห้องนั้น ทั้งสองต้องพบเจอผู้คนมากมาย ไม่ว่าจะเป็น อาจารย์แดซองเพื่อนสนิทของซึงฮยอนที่กำลังโดนสอบสวนด้วยสายตาจากอาจารย์ฮโยรี ซึ่งจียงจำทั้งสองคนได้ตั้งแต่งานแต่งงานของเขา หญิงสาวรูปร่างไร้ที่ติหยุดกิจกรรม (สอบสวนฯ) ที่ทำอยู่แล้วหันมายิ้มให้เขาอย่างเป็นมิตร ส่วนคนถูกสอบสวนที่นั่งตัวลีบอยู่นั่นไม่ต้องพูดถึง แดซองยิ้มแหยๆจนตาปิด ซึงฮยอนไม่อยากรบกวนเพื่อนทั้งสองจึงรีบขอตัวจากมา
"นั่นแดซอง เพื่อนสนิทของผมเอง คุณคงจำได้ เพราะเขากับอาจารย์ฮโยรีไปร่วมงานแต่งงานของเรา"
ซึงฮยอนอธิบายเมื่อพ้นสายตาของทั้งสอง คนฟังพยักหน้ารับ ... เขาจำได้แม่นเพราะอาจารย์ฮโยรีเป็นหนึ่งในหญิงสาวมากมายที่พยายามจะวิ่งไปรับช่อดอกไม้ของเจ้าสาว ส่วนคังแดซองก็เข้ามาแสดงความยินดีกับพวกเขาเป็นล้านครั้งได้ ... นี่ถ้าจำไม่ได้ก็คงจะแย่แล้วล่ะ สองคนนี้ทำให้เขารู้สึกดีขึ้นตั้งเยอะหลังจากที่รู้ว่าต้องแต่งงานกับผู้ชายนี่นา
ยังไม่ทันจะพ้นประตูมหาวิทยาลัย จียงก็ได้พบอาจารย์ซองเบคยอง หรือ จารย์เบคกี้ของสาวๆ ซึ่งมีรูปร่างเล็กกะทัดรัด (จียงเห็นแล้วคิดถึงไอ้เตี้ยเพื่อนเลิฟมากๆ) ซึงฮยอนเล่าให้ฟังว่าอาจารย์เบคกี้สอนวิชาพละศึกษา ซึ่งถนัดมากกับการกระโดดม้าสูง (จากรูปร่างที่ไม่น่าจะกระโดดได้ ทำให้จียงคิดในใจว่าโครตเทพเลย) มีอาชีพเสริมเป็นหุ้นส่วนของผับวันไทม์ ซึ่งเป็นกิจการหนึ่งของปาร์คฮงจุน แต่ไม่ว่าจะไปที่ผับนั่นกี่ครั้ง งานที่อาจารย์เบคกี้มักจะทำก็คือ ... ชงเหล้า ทุกที
"พี่เบคกี้ทำงานที่มหาลัยเป็นงานอดิเรกน่ะ ... งานประจำคือ ออกแบบเสื้อผ้ากับคุมผับ"
เอ่อ ... บางทีจียงก็พยายามจะเข้าใจนะ งานประจำมันก็น่าทำอยู่หรอก แต่การมีงานอดิเรกเป็นการกระโดดม้าสูงโชว์สาวๆนี่ มันจะดีเหรอวะ ??
"พ้นจากสนามนี่ก็คงจะไม่มีใครยุ่งกับเราแล้วล่ะ ... ผมว่าเรารีบไปกันดีกว่า"
คนตัวเล็กพยักหน้าแล้วเดินตามซึงฮยอนต้อยๆ ซึ่งตลอดที่เดินไปด้วยกันนั้น มือของทั้งสองยังคงเกาะกุมกันไว้ราวกับกลัวว่าอีกฝ่ายจะหายไป ... จียงลอบมองคนตัวสูงเป็นระยะ เขาสัมผัสได้ถึงความห่วงใยที่คนๆนี้มีต่อเขาได้ แต่จะด้วยฐานะอะไรกัน ?? เชวซึงฮยอนมองเขาเป็น ‘ภรรยา' จริงๆเหรอ ?? ความสัมพันธ์ของพวกเขาจะต้องเป็นไปตามบัญชาของ ประธานยางกูล *กัดฟัน* ปาร์คฮงจุน แล้วก็เชวดองวุคจริงๆเหรอ ?
โอ๊ย !! ปวดกบาล !!!
.
.
ห๊ะ ?
แล้วนี่ฟ้าจะลิขิตให้เขาต้องเป็นเมียที่ถูกต้องตามพฤตินัยของหมอนี่จริงๆใช่มั้ยเนี่ย ??
เฮอะ
อยากกรีดร้องให้พระเจ้าได้ยินชะมัด !!
ซึงฮยอนพาร่างบางพ้นจากเขตมหาวิทยาลัยมาได้ไม่นาน ทั้งสองก็ได้พบกับมินจีอีกครั้ง ... คราวนี้เจ้าหล่อนมีเพื่อนมาด้วย 2 คน ซึ่งแต่ละคนนั้น บอกได้คำเดียวว่า นางฟ้ายังงามสู้ไม่ได้ !! ซึ่งจียงก็อดที่จะมองพวกเธอไม่ได้เหมือนกันอ่ะนะ เพราะถึงยังไงเขาก็เป็นผู้ชายทั้งแท่ง (เหรอ ?) แม้จะถูกเข้าใจผิดว่าเป็นผู้หญิงไปเรียบร้อยแล้วก็เหอะ
จียงสะกิดหลังมือใหญ่เบาๆเป็นเชิงถามว่าเอาไงต่อดี ? แต่เขากลับได้รอยยิ้มอบอุ่นของคนข้างๆแทนคำตอบ ... สถานการณ์แบบนี้ เชวซึงฮยอนคงจะเคยชินแล้วสินะ จากที่ฟังร่างสูงเล่ามาเมื่อครู่ใหญ่ๆนี้ อาจารย์ซึงฮยอนได้รับจดหมายรักวันละเป็นสิบฉบับ บางฉบับมาจากมหาวิทยาลัยใกล้เคียงซะด้วยซ้ำไป วันดีคืนดีก็มีนักศึกษาพยายามเข้ามาใกล้ชิดจนออกนอกหน้า ขนาดอาจารย์แดซองเคยลองปล่อยข่าวลือว่าเป็นคู่เกย์กับคนๆนี้ ก็ยังไม่วายมีนักศึกษาชายจากละแวกนั้นแวะเวียนมาส่งสายตายั่วยวนให้เลย
สามสาวยิ้มให้อาจารย์ของพวกเธออย่างน่ารัก แต่จียงกลับมองว่ามันเป็นการเสแสร้งแบบสุดๆเลยว่ะ ( เอ๊ะ เขาไม่ได้หึงนะ !! ) มินจียื่นมือซ้ายออกมาเพื่อรับของบางอย่างจากเพื่อนของเธอ จียงเลิกคิ้วอย่างประหลาดใจเมื่อสาวน้อยมายืนอยู่ตรงหน้า ของชิ้นนั้นถูกยื่นมาให้เขา ... เขาเหรอ ? ช่อดอกไม้ที่เรียบหรูแต่ดูไฮโซแบบนี้น่ะนะ ?
"ฉัน กงมินจี ... ขอแสดงความยินดีกับการแต่งงานของคุณกับอาจารย์ซึงฮยอนค่ะ" เธอกล่าวพร้อมรอยยิ้มสดใส แต่ดวงตากลับวาววับด้วยความรู้สึกแปลกๆที่จียงสัมผัสได้ เธอคงจะไม่ได้ยินดีจากก้นบึ้งของหัวใจหรอกน่า
"อ่า ... ขะ ... ขอบคุณนะ"
คนรับรู้สึกหนักใจที่ไม่รู้จะลงท้ายคำขอบคุณนั้นอย่างไรดี ถ้าเขาพูด ‘ครับ' มินจีต้องรู้แน่ๆว่าเขาเป็นผู้ชาย แต่ถ้าพูด ‘ค่ะ' จิตใต้สำนึกมันก็ตะโกนห้ามเสียงหลง ... แค่คำสาบานว่าจะเป็นภรรยาของเชวซึงฮยอนตราบชั่วนิรันดร์ก็สร้างตราบาปให้กับเขามากพอแล้ว เขาไม่ต้องการพูดอะไรแบบนั้นอีก ให้ตาย !
"ฉันดีใจกับอาจารย์จริงๆนะคะ" ประโยคนี้เธอหันไปหาอาจารย์ของเธอ ซึ่งคนข้างๆเขาก็ยิ้มให้เหมือนเคย
"ขอบคุณมากเลยมินจี ผมดีใจมากนะที่คุณยินดีกับเราสองคน"
ไม่พูดเปล่า เชวซึงฮยอนโอบไหล่ภรรยาให้เข้ามาชิดกายมากขึ้น ใบหน้าหวานขึ้นสีระเรื่อโดยไม่รู้ตัว มินจีเห็นแล้วต้องกัดริมฝีปาก ... ถึงเธอจะแสดงความยินดีจากใจจริง แต่เธอก็ยังรู้สึกตะขิดตะขวงใจอยู่ดีล่ะน่า
"แต่ ... ฉันยังไม่ยอมรับคุณง่ายๆหรอกนะคะ คุณจียง"
ประโยคนี้มินจีพูดเบาๆกับคนตัวบางขณะที่อาจารย์ของเธอหันไปตอบคำถามของเพื่อนสนิททั้งสองที่เธอพามาด้วย ... สีหน้าของคนฟังทำให้เธออยากหัวเราะจริงๆ
"อาจารย์ซึงฮยอนเป็นชายในฝันของพวกเราทั้งมหาวิทยาลัย การที่เขาไปแต่งงานกับคุณเนี่ย ... ฉันว่ามันคงจะเป็นความผิดพลาดในชีวิตเขานะคะ เพราะคุณดูไม่เหมาะกับเขาเอาซะเลย"
สาวน้อยยังคงถากถางต่อไป ... จียงสบตาผู้พูดด้วยสายตาว่างเปล่า ทว่าในใจกลับรู้สึกเหมือนโดนตบหน้าอย่างแรง ร่างบางเม้มปากเล็กน้อย ในสมองมีคำพูดเผ็ดร้อนมากมายที่อยากตอบโต้ แต่ยังก่อน ... มันยังไม่ถึงเวลา
"เธอต้องการอะไรจากฉันกันแน่ ? จะก่อสงครามประสาทหรือไง ?"
จริงๆก็ถามไปอย่างนั้นล่ะ จียงคิดออกตั้งแต่เมื่อกี้แล้วว่าจะตอบโต้มินจียังไงดี ... คอยดูนะ จะเอาให้ช็อคตาค้างไปเลย
"ฉันดีใจมากๆเลยล่ะค่ะ ที่อาจารย์จะมีคนดูแลที่ทั้งสวย ทั้งน่ารักแบบคุณ"
มินจียิ้มหวานเมื่อซึงฮยอนหันกลับมา เธอแสร้งเปลี่ยนเรื่องคุยก่อนจะขยิบตาให้กับเพื่อนทั้งสอง ซึ่งจียงก็แอบเห็นอยู่ดีล่ะ ว่าเพื่อนของมินจีรีบดึงความสนใจของอาจารย์กลับไปโดยอัตโนมัติ สาวน้อยหันกลับมาด้วยสายตาหาเรื่องอีกครั้ง
"ถ้ามันเป็นแบบนั้น คุณกล้าทำสงครามกับฉันมั้ยล่ะคะ ? เอ ... ฉันเองก็มีเรื่องสงสัยเหมือนกันนะคะ ว่าคุณจับอาจารย์ซึงฮยอนเป็นสามีได้ยังไง เพราะแต่งตัวแบบนี้เหรอคะ ? หรือว่าคุณมอมเหล้าอาจารย์คะ ?"
"คนอย่างฉันไม่จำเป็นต้องใช้วิธีพวกนั้นหรอก"
ใช่ ... ไม่จำเป็นต้องใช้วิธีพวกนั้นเลย เพราะเขาแค่มีพ่ออย่างประธานยางกูล แล้วก็น้องสาวชื่ออีแชริน แค่นั้นก็พอ
"เธออยากรู้ใช่มั้ย? ว่าฉันจับเชวซึงฮยอนได้ยังไง ? ฉันจะบอกเธอให้เอาบุญนะ"
จียงเอ่ยขึ้นเบาๆ ดวงตากลมโตทอประกายแห่งชัยชนะ
มินจีเลิกคิ้ว ... ท่าทางภรรยาอาจารย์ก็ไม่ใช่เล่นๆเหมือนกันนะ ดวงตาคู่สวยนั่นวาววับขึ้นมาเมื่อมองไปทางอาจารย์ของเธอ แล้วสาวน้อยก็แทบกรี๊ดลั่นเมื่อมือข้างหนึ่งของควอนจียงสะกิดเบาๆที่มือของอาจารย์ซึงฮยอน
"ว่าไงครับ คุณจี ...."
ภาพที่ไม่คาดฝันปรากฏแก่สายตาทุกคู่ที่อยู่ในที่นั้น มินจีเบิกตากว้าง พร้อมๆกับเพื่อนของเธอที่เอามือปิดปากกลั้นเสียงร้องเอาไว้ ... ร่างของจียงโผเข้าหาอ้อมแขนทั้งสองของซึงฮยอน ริมฝีปากบางประทับเบาๆบนริมฝีปากหยักนั้นก่อนจะเปลี่ยนมันให้กลายเป็นจุมพิตที่ดูดดื่มซะจน หญิงสาวทั้งสามต้องเบือนหน้าหนี
"อือ ........ อื้อ !!!"
เสียงครางเบาๆดังจากร่างเล็กที่ตอนนี้กลายเป็นผู้ตามเกมส์อย่างช่วยไม่ได้ ซึงฮยอนโอบรัดเอวบางนั้นไว้ในทีแรก เขารู้สึกตกใจมากที่จียงเป็นฝ่ายโผเข้ามาจูบก่อนแบบนี้ แต่เมื่อตั้งสติได้ เขาก็ตัดสินใจจะพลิกสถานการณ์ขึ้นมาเป็นฝ่ายนำแทนที่ ... ใครจะรู้ล่ะว่า จริงๆแล้วเชวซึงฮยอนรู้ทันลูกศิษย์ทั้งสามอยู่แล้ว แต่เขาจงใจทำเป็นไม่ได้ยินคำพูดของจียงกับมินจีเองต่างหาก ความคิดในตอนนั้นน่ะก็แค่อยากรู้เฉยๆ ว่าควอนจียงจะทำยังไง ถ้าถูกสาวน้อยจอมแก่นคนนี้ดูหมิ่น แต่ไม่น่าเชื่อจริงๆนะ ว่าคนตัวเล็กที่ก้าวเข้ามาป่วนชีวิตของเขาจะทำเรื่องแบบนี้ได้ ...
เห็นที ...
คราวนี้ต้องมอง ‘ภรรยา' คนงามของเขาใหม่ซะแล้ว !!!
*
*
*
TBC
Talk : ตอนนี้แจนเอาใจแฟนฟิคที่อยากให้จียงระทวย ? (จูบเดียวนี่ระทวยเลยเหรอ ?)
คาดว่าตอนที่ 3 คงจะใกล้ปีใหม่เลยนะคะ ((หลบรองเท้าอีกรอบ))
เพราะกลับจากเกาหลี คงจะหาทางอัพฟิควันเกิดน้องซึง (ซึ่งยังไม่มีกำหนดอีกแหละ)
ถ้ายังไม่มีฟิคมาให้อ่าน ก็จะเอาบันทึกการเดินทางของ แจนกะมิ้นท์ ณ โคเรียมาให้อ่านเล่นก่อน
งานนี้ เราบินกันไป 2 คนค่ะ แต่มีพลพรรคที่จะไปร่วมแจมที่โน่นอีกเพียบ
กำหนดการเดินทางของแจนกับมิ้นท์คือ วันพฤหัสที่ 3 ธันวา ตอน 6.40 นาฬิกา
ใครสนใจจะตามไปส่งที่สนามบินก็ ไม่อยากจะขัดศรัทธานะคะ แต่แจนถึงสนามบินตี 5
*กร๊ากกกกกกกกกกกกก*
ใครอยากโทรไปอวยพรการเดินทาง หรือสาปแช่งให้สวยขึ้นกว่าเดิม อะไรยังไงก็ ตามสะดวกค่ะ
เปิดโทรศัพท์ถึงตอนขึ้นเครื่องนั่นแหละ
ส่วนกำหนดเดินทางกลับ ก็คือ วันพฤหัสที่ 10 ธันวา ตอนค่ำๆของเกาหลี
ถึงแผ่นดินไทยก็คงจะราวๆ ตี 2 ตี 3 วันที่ 11 ธันวา กระมัง คะ
((ไม่รู้แฮะ ตั๋วเครื่องบินยังไม่ปรากฏแก่สายตา อิอิ))
สำหรับวันนี้ คงจะเป็นวันสุดท้าย (ในรอบ ครึ่งเดือนแรก) ที่แจนจะอัพบลอคนะคะ
เพราะว่า พรุ่งนี้เรียนเต็มเหยียดทั้งวันค่ะ (ก็เล่นจะโดดไปตั้งเกือบ 2 อาทิตย์นี่นา)
แล้วเลิกเรียนตอนทุ่มนึงก็คงจะนั่งรถกลับกทม เตรียมตัวเที่ยวเลย *ฮี่*
ฉะนั้น ... ขออำลาไปแรดที่เกาหลีก่อนแล้วกันน๊า
กลับมาแล้วจะรีบมาเม้าให้อ่านกันฮ่ะ ว่า แผ่นดินที่หนุ่มๆเค้าอยู่เป็นยังไง
ใครเคยไปแล้ว ... ก็ไม่เป็นไร อ่านได้เหมือนกัน
เพราะเชื่อว่า หลายๆคนไม่ได้ไปแบบที่แจนกับมิ้นท์จะไปแน่ๆ
ใครคิดถึงแจน เม้นในบลอคนะคะ เด๋วมาอ่าน *กร๊ากๆ*
ถ้าคิดถึงมากกว่านั้น ส่งเมวไปบอกเลยค่ะ เช็คแน่นอน
และถ้าคิดถึงโครตๆ กรุณาเ้ข้าฝันบอก เพราะแจนไม่เปิดโทรศัพท์ที่โน่นนะคะ
((กลัวเปลืองค่ะ ... แบบ หน้าโลหิตนิดหน่อย))
สุดท้ายนี้ ... ใครที่ฝากซื้อของไว้
ถ้ารับไปรษณีย์ แจนจะส่งให้วันที่ 11 ธันวา (วันที่แจนบินกลับมาพอดี)
ถ้ารับของเอง ... ขอเชิญ ที่สยาม วันเสาร์ที่ 12 ธันวา เวลานี่ก็ ... ตามท่านสะดวกอ่ะค่ะ
(แจนคิดว่าจะไปก่อนเที่ยง)
เราจะไปฉลองวันเกิดน้องซึงรีกันว่ะค่ะ กร๊ากกกกกกก
*สะบัดแฮร์อีกซักรอบ*
ปล. กรุณาอย่าให้ชะนีสร้างความร้าวฉานให้กับครอบครัวของเรา *ตบมันฮ่ะ*
ปลล. พี่ชายคะ ผู้ชายคนนั้น หนูขอจริงๆนะคะ *วิ๊งๆ*
ปลลล. กันยาวีร์ จะไปจ๊ะ จีดราก้อน แล้วน๊าาาา
ปลลลล. คนที่คุณก็รู้ว่าใคร ถูกกำจัดไปแล๊ว ดีใจว่ะแม่ง !!!
ปลลลลล. มะรืนนี้แล๊ววววววววววววววววววววววววววววววววววววว
*วิ่งลัลล้าขึ้นเครื่องไปแล้วฮ่ะ*