[FIC-Gamble] Chapter 2(2/2)

posted on 22 May 2011 02:15 by jannaliz in GAMBLE
ในที่สุดก็ครบ 10 วัน
 
 
 
อยากจะบอกให้ทุกคนดีใจ ...
 
 
 
ว่าตอนนี้ จะเป็นตอนสุดท้ายที่จะอัพในรอบ 10 วัน
 
 
 
โอ๊เย !!!!!~
 
 
 
เชิญเบิ่งเด๊อค่าาาาาา *โค้ง*
 
 
 
 
.
.
.
 
 
 
 
 
ตอนที่ 2 (2/2)
 
 
 
 
 

ภายในห้องนอนสีหม่นที่ถูกจัดอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยตามนิสัยไม่วุ่นวาย อะไรก็ได้ง่ายๆของคุณชายสาม แห่งตระกูลวายจี บัดนี้กำลังเป็นสภาย่อมๆที่เปิดให้เหล่าพี่น้องร่วมบิดาได้แสดงความคิดเห็นกันอย่างเต็มที่ เกี่ยวกับเงื่อนไขพิสดารของคนเป็นพ่อ เกี่ยวกับการสืบทอดตระกูลในกาลหน้า ซึ่งประธานในการเปิดสภาครั้งนี้ก็ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นคุณชายใหญ่ อิมแทบินนั่นเอง

 

 

 

“งานนี้ทุกคนในตระกูลถือเป็นคู่แข่งกันหมด ทั้งพวกเราพี่น้อง และพวกคุณอาฮงจุน” พี่ใหญ่กล่าวย้อนความถึงความน่าจะเป็นของผู้มีสิทธิ์เข้าชิงตำแหน่งทั้งหมด

 

 

“ฉันว่า เราตัดพวกคุณนายคิมออกไปดีมั้ย ทุกวันนี้พวกเค้าไม่มีโอกาสเข้าใกล้ป๋าด้วยซ้ำ แล้วถ้าเด็กนั่นเข้ามาอยู่ในบ้านเรา เค้าคงจะอยู่ใกล้ๆป๋านั่นล่ะ” ดองวุคแสดงความเห็นเป็นคนแรก ซึ่งคู่แข่งที่สามารถตัดได้แน่นอน คือบรรดาภรรยาชั้นรองทั้งหลายของป๋า ที่จะได้เจอกันจังๆเวลามีงานใหญ่เท่านั้น

 

 

“และผมก็ไม่ต้องการสืบทอดอำนาจของป๋า เพราะฉะนั้น ใครอยากได้ก็เอาไป” เจ้าของห้องเป็นคนแรกที่ปฏิเสธเสียงแข็ง จนพี่สาวทั้งสองต้องรีบออกความเห็นบ้าง

 

 

“ถึงจะไม่อยากแย่งอำนาจกับใคร แต่พี่ว่า ป๋าต้องการยกตำแหน่งนั้นให้นายนะ ซึงฮยอน” โบมี พี่สาวร่วมมารดาเพียงคนเดียวกล่าวขึ้น เธอเป็นคนนิ่ง สุขุม และมองการณ์ไกลในทุกสถานการณ์ ซึ่งเธอกล้าพูดอย่างเต็มปากเชียวล่ะ ว่าป๋าของเธอเล็งเห็นอะไรบางอย่างในตัวน้องชายคนนี้

 

 

“อย่าหลงตัวเองไปหน่อยเลย ตราบใดที่พี่แดนนี่ยังอยู่ ซึงฮยอนก็เป็นแค่ตัวเลือกเหมือนกันแหละ” ซานดาราเข้าข้างพี่ชายเต็มที่ เธอเองก็รู้ตัวดีว่าตัวเองไม่มีสิทธิ์หรอก ถึงยังไงแม่ของเธอก็ต้องวิ่งเต้นหาเสียงให้กับพี่ชายจนได้ล่ะน่า

 

 

 

“พี่ดาร่าพูดเหมือนตัวเองไม่เกี่ยวกับการแย่งอำนาจครั้งนี้เลยนะคะ” คราวนี้เป็นแชรินที่ออกความเห็นแขวะพี่สาวคนโตเต็มที่ เพราะในฐานะที่ซึงรีเป็นน้องคนเล็ก โอกาสจะเข้าไปชิงตำแหน่งทายาทกับพี่ๆ ก็มีความเป็นไปได้น้อยมากที่จะสำเร็จ ฉะนั้น … เธอที่เป็นพี่สาวร่วมสายเลือดเดียวกันนี่ล่ะ ที่จะต้องคว้ามันให้ได้ แม้ว่าหนทางจะลำบากกว่าการส่งซึงรีไปแข่งกับพี่ๆก็ตาม

 

 

“เราอย่าเพิ่งทะเลาะกันเองเลยค่ะ ถึงยังไงทุกคนก็พี่น้องกัน แม้ว่าตอนนี้จะต้องแข่งกันเองก็ตาม ฉันว่า เราน่าจะมาร่วมมือกัน กำจัดศัตรูนอกสายเลือดกันก่อน แล้วหันมาเล่นกันเองดีมั้ยคะ” มินจี น้องสาวคนเล็กของครอบครัวเอ่ยแทรก เมื่อเห็นแชรินกับซานดาราทำท่าจะทะเลาะกันเอง ความเห็นของเธอกระทบใจพี่ชายใหญ่เข้าอย่างจังเบอเร่อ

 

 

 

 

แทบินนั่งฟังน้องๆออกความเห็นแล้วอดไม่ได้ที่จะคล้อยตามคำพูดของแต่ละคนจริงๆให้ตาย  ดองวุคพูดถูกว่าพวกเมียรองของป๋าไม่มีผลอะไรกับการเดิมพันครั้งนี้ เพราะมันเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ ส่วนที่ซานดาราจะเข้าข้างเขามันก็เป็นเรื่องธรรมดา เพราะแม่กรอกหูน้องสาวมาตั้งแต่เล็กจนโต ว่าตำแหน่งทายาทของตระกูลจะต้องเป็นของเขาในฐานะพี่ชายคนโต หากแต่ที่โบมีพูดมันก็ถูก สายตาที่ป๋ามองซึงฮยอนไม่เหมือนกับที่มองเขา มันเป็นไปได้เลยล่ะ ที่ป๋าจะอยากยกอำนาจให้ซึงฮยอน แต่กลัวจะเป็นที่ครหา ทำให้ต้องสร้างเงื่อนไขบ้าบอแบบนี้ ?

 

 

 

ตะ … แต่ว่า การที่จะให้จีบเด็กนั่นให้ติดแล้วเอาทุกสิ่งทุกอย่างไป มันจะไม่เป็นการเอื้อประโยชน์ต่อเขาและดองวุคที่มีรสนิยมแบบผสมผสาน คือหญิงก็ได้ ชายก็ดี มากกว่าเหรอ ? ในเมื่อซึงฮยอนที่พวกเขาพี่น้องรู้จักดี มีความฝันสมัยเรียนอนุบาลว่า อยากได้ภรรยาหุ่นดีเหมือนบียอนเซ่ หน้าสวยเหมือนคิมแทฮี และหน้าอกคัพอีเหมือนโซระ อาโออิ ขนาดนั้นอ่ะ ? แถมหมอนั่นก็ไม่ต้องการอำนาจกับสมบัติของป๋า เพราะน้องชายคนนี้รักสันโดษ ไม่ยอมสุงสิงกับใครมาตั้งแต่เด็กแล้วนี่นะ ?

 

 

 

ว่าแต่ที่ประหลาดใจมากกว่านั้น ... คือ ถ้าป๋าต้องการมอบอำนาจให้ซึงฮยอนจริง แสดงว่าสายตาคู่นั้นต้องเป็นของหมอนี่งั้นเหรอ ?? แล้วมันจะเป็นไปได้ยังไงนะ ในเมื่อเขาก็ไม่เห็นว่าน้องชายคนนี้จะทำสีหน้าอะไรนอกจาก ‘หน้าหล่อเลว’ เลยนี่นา ?

 

 

 

จะมีก็แต่แชรินนี่แหละที่ทำให้เขาไม่ชอบใจ เพราะเธอพูดยุแยงน้องสาวของเขาทางอ้อมให้ลุกขึ้นมาชิงชัยกับคนอื่นๆด้วย และมินจีที่ทำให้เขาต้องทึ่ง ! เพราะคำพูดของเธอคือสิ่งที่เขากำลังจะคิดพอดี๊พอดี ^^

 

 

 

 

“พี่เห็นด้วยกับมินจี … พวกเราเป็นพี่น้องกัน ยังไงสุดท้ายอำนาจก็ตกเป็นของเรา ฉะนั้น มันคงจะดีกว่า ถ้าเราจะกำจัดศัตรูนอกให้หมดสิ้น ก่อนจะมาเล่นกันเองอย่างแฟร์ๆ … พวกเธอคิดว่าไง” พี่ใหญ่พูดเสียงเจ้าเล่ห์ ดวงตาเป็นประกายบอกให้รู้ว่า กูเอาจริง ใครไม่เล่น แต่กูเล่นแน่ จะเล่นแบบจัดหนักด้วยเหอะ !!!!

 

 

 

“ผมขอผ่าน ใครจะเล่นอะไร แข่งกับใคร เชิญตามสบายละกัน” ยังคงเป็นซึงฮยอนที่ปฏิเสธคนแรกสุด โดยหารู้ไม่ว่า ชะตากรรมข้างหน้ามันเล่นตลกกับคนเราเสมอแหละ

 

 

“เอาสิ ฉันเองก็คันไม้คันมืออยากเอาชนะคนปากดีอย่างนายมานานแล้ว แดนนี่”

 

 

 

 

นี่ถ้าไปซื้อหวย แทบินก็รวยเละ เพราะดองวุคไม่เคยอยู่เฉยซักทีหากจะต้องมีการเอาชนะคะคานกับเขาเนี่ย งานนี้สงสัยเขาจะต้องสั่งสอนให้ไอ้น้องไม่มีมารยาทคนนี้รู้ซะแล้ว ว่าพวกไม่เคารพผู้อาวุโส จะต้องโดนลงโทษยังไง หึหึ

 

 

 

 

“ฉันคงไม่กล้าแข่งกับพี่แดนนี่หรอกค่ะ แต่ฉันจะคอยเป็นผู้ช่วยของพี่ละกัน” ซานดาราประกาศผันตัวเองเป็นซัพพอร์ตเตอร์ในบัดดล

 

 

“ฉันก็ขอปฏิเสธ แต่ฉันยังยืนยันคำเดิม ว่าซึงฮยอนคือคนที่ป๋าเลือก ไม่เชื่อทุกคนก็คอยดู” โบมีพูดเสียงเรียบ คาดว่าเธอจะเป็นกุนซือคนสำคัญที่ผลักดันซึงฮยอนออกมาแข่งกับพวกเขาแน่ๆ

 

 

“ซึงรีคงสู้พวกพี่ไม่ได้ แต่ฉันไม่ยอมแพ้แน่ๆ ว่าไงก็ว่าตามนั้นค่ะ” แชรินยิ้มเจ้าเล่ห์ไม่แพ้พี่ชาย แต่ท่าทางแก่นแก้วกว่ากันเยอะ เธอไม่รอให้มินจีตอบรับใดๆ คว้ามือน้องสาวชูขึ้นฟ้าทันที

 

 

“และฉันคงจับคู่กับมินจี เพราะไม่ว่าใครจะได้อำนาจของป๋าไป เราก็แบ่งกันอยู่ดี พวกพี่ๆระวังตัวดีๆละกันนะคะ” เธอกล่าวเสียงแหลม ทำท่ากวนโอ๊ย

 

 

 

“งั้นดี … ต่อไปนี้ เรามาร่วมมือกัน ฉันต้องการกำจัดอาฮงจุนเป็นคนแรกเลย !!!” แทบินยักคิ้ว เขากวักมือเรียกน้องๆเข้ามาประชุมลับกัน โดยเป้าหมายแรกที่จะจัดการ ก็คงจะหนีไม่พ้นท่านรองหมีใหญ่ ที่เป็นอริกับอิมแทบินมาตั้งแต่จำความได้ …

 

 

 

 

 

.

.

 

 

 

 

 

‘ฮ้าดดดดดด เช่ยยยยยย !!!!’

 

 

 

อีกฟากหนึ่งของคฤหาสน์ ท่านรองปาร์คผู้คาดว่าจะถูกหลานๆปีนเกลียวเป็นคนแรกจามเสียงดังลั่นห้องมาหลายทีติดๆกัน ผู้ร่วมห้องอย่างท่านผู้บริหารซองกับผู้จัดการโอ ถึงกับหงุดหงิด ปากล่องทิชชู่ใส่

 

 

 

“หนังสือสมบัติผู้ดีที่ฉันเผาส่งไปให้ นายไม่เคยได้รับบ้างหรือไง ห๊า ?” เบคยอง ชายผู้มีส่วนสูงน้อยที่สุดในตระกูล (จริงๆ) พูดอย่างหงุดหงิด เมื่อไอ้หมีนรกคู่กัดของเขาจามเสร็จ ก็หันมายิ้มแฉ่งให้ ไม่รู้ร้อนรู้หนาวอะไร

 

 

“พอดีฉันเป็นผู้ดีมากพอ ไม่จำเป็นต้องอ่านเพิ่มหรอก ว่าแต่นายเหอะ ฉันเผาที่เสริมส้นแพลตตินั่มส่วนสูงเป็นวา กับทำบุญตักบาตรด้วยนมสดผสมกับยาต่อกระดูกให้ยาวขึ้นอย่างน้อย 10 เซนต์ไปเป็นร้อยๆขวด ได้รับบ้างอ๊ะเปล่า ?” พูดจบฮงจุนก็ต้องกระโดดหลบหลังโซฟา เมื่อคู่สนทนาปารองเท้า (ที่มีแผ่นเสริมส้นหลายนิ้วสอดไว้) มาใส่

 

 

“ฉันไม่รับว๊อยยยยยย ไอ้หมีนรก !!!!!”

 

 

 

“กัดกันตั้งแต่หนุ่มยันแก่ … ไม่รู้ว่าพวกแกนี่เป็นคู่แค้นกันมาตั้งแต่ชาติปางไหนวะ” จินฮวานละสายตาจากสมุดบัญชีของผับย่านฮงอิก เขามองดูเหตุการณ์ตรงหน้าอย่างเอือมระอา เพราะไอ้รองหมี กับรองเปี๊ยกนี่มันทะเลาะกันมาตั้งแต่วันแรกที่ได้อยู่ร่วมบ้านกันเลยเหอะ เขาล่ะไม่อยากจะรื้อฟื้นความหลัง ว่าพวกมันน่ารำคาญมาก จนน่ากลัวว่าจะมีซัมติงต่อกันขนาดไหน ?

 

 

 

“เออๆ นั่นสิ จินฮวานพูดถูก … นี่ๆ เบคกี้ พวกเราควรจะมาร่วมมือกันกำจัดไอ้พวกเด็กปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมนั่น ก่อนที่มันจะมาโค่นอำนาจพวกเราแล้วเอาตำแหน่งผู้นำตระกูลไปนะเว้ย” ฮงจุนพูดไปก็มุดหลบรองเท้าอีกข้างไปด้วย

 

 

“ฉันไม่ได้อยากได้ตำแหน่งของเฮียยางกูล ก็แค่อยากให้ไอ้พวกลูกเทวดาพวกนั้นมันเข้ามาช่วยงานพ่อมันบ้าง ก็แค่นั้น” เบคยองตัดบท เมื่อนึกถึงกิจการของครอบครัวทีไร เขาล่ะหมั่นไส้ไอ้ลูกๆพวกนั้นทู๊กที มีอย่างที่ไหน ? พ่อมันทำงานงกๆ แต่ไอ้พวกลูกๆที่มันดั๊นเรียนจบซะสูงล้ำก็เอาแต่อยู่ในบ้านเฉยๆ ไม่คิดจะทำมาหากินอะไรเลย โมโหว๊อย !

 

 

“นั่นสิ ฉันเองก็ไม่ได้อยากแย่งตำแหน่งกับพวกเด็กๆหรอก แค่ให้พวกเขามาช่วยงานของเฮียยางฯ ฉันก็พอใจแล้วแหละ”

 

 

 

 

ฮงจุนมองเพื่อนร่วมอุดมการณ์แล้วถอนหายใจ แผนการที่เขาอุตส่าห์คิดไว้อ